• ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน มาตรฐาน ISO9001 : 2000 & GMP

中药科技 成就健康

นวัตกรรมสมุนไพรจีน สร้างเสริมสุขภาพ

   จันทร์-เสาร์ 08.30-17.30

   02-751-4399

 จันทร์-เสาร์ 08.30-17.30  02-751-4399

中药科技 成就健康

นวัตกรรมสมุนไพรจีน สร้างเสริมสุขภาพ

 

   ความดันโลหิตเกิดขึ้นได้อย่างไร   

          หัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายทำให้เกิดความดันโลหิตขึ้นในหลอดเลือดแดง ความดันโลหิตแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่:         

          ค่าความดันโลหิตที่วัดได้คือ แรงดันของเลือดที่ปะทะกับผนังหลอดเลือด ดังนั้นจึงมีอีกปัจจัยหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือความแข็งแรงของหลอดเลือด หากผนังของหลอดเลือดมีความแข็งมาก ค่าแรงดันของการปะทะก็จะสูง แต่หากผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นรองรับแรงปะทะได้มาก ค่าแรงดันก็จะต่ำ

 

   ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร   

          เมื่อได้ค่าความดันโลหิตทั้งสองตัวมาแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่าค่าที่ได้นั้นสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ตารางด้านล่างนี้จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ทันที

 

   คุณมีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยเพียงใด   

          จากการสำรวจระหว่างปีพ.ศ. 2547-2549 ในประเทศไทยพบว่าผู้ชายเป็นความดันโลหิตสูง 23% ส่วนผู้หญิงเป็นความดันโลหิตสูง 21% สถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรไทยเป็นความดันโลหิตสูง แต่ข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือหากอายุเกิน 50 ปี สถิติการเป็นความดันโลหิตสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจำนวนกว่าครึ่งไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นโรคนี้ ลองทำแบบทดสอบดูว่า คุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากน้อยเพียงใด...

          หากคุณมีอย่างน้อยหนึ่งข้อ แสดงว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ

 

   ไม่มีอาการ...แสดงว่าไม่มีปัญหาจริงหรือ   

          คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดว่า คนที่เป็นความดันโลหิตสูงจะต้องเป็นผู้สูงอายุหรือมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ แต่จริงๆ แล้วความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ จะเริ่มเป็นในอายุประมาณ 35 ปีและไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังรู้สึกสบายดีเฉกเช่นคนปกติทั่วไป แต่ความดันโลหิตสูงจะคอยทำลายชีวิตผู้คนอย่างเงียบๆ ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมลงและเกิดความผิดปกติต่ออวัยวะสำคัญด้วยภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ผู้ป่วยหลายคนอาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงหลายปี โดยไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด จนมาวันหนึ่งเกิดอาการรุนแรงจากผลข้างเคียงของความดันโลหิตสูง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นต้น ทำให้พิการหรือเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน

 

ภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง

 

          นอกจากนี้ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีโรคประจำตัวหรือพฤติกรรมไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด เป็นต้น ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เร็วขึ้น

 

   อาหารรสเค็มทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างไร   

          เมื่อเราทานอาหารที่มีรสเค็มจัดจะทำให้ปริมาณเกลือในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกลือหรือโซเดียมจะไปเพิ่มปริมาณน้ำในกระแสเลือด ทำให้มีปริมาณเลือดเพิ่มมากขึ้น หัวใจจึงต้องเพิ่มแรงดันในการผลักเลือดออกไปสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อร่างกายตรวจพบว่ามีปริมาณเลือดเข้ามาในหลอดเลือดมากเกินไป ก็จะหลั่งสารบางชนิดออกมาเพื่อให้หลอดเลือดตีบลง เพราะหากปล่อยให้เลือดเข้าไปในอวัยวะในปริมาณที่มากผิดปกติ อาจมีอันตรายต่ออวัยวะนั้นๆ ได้ ผลกระทบจากกระบวนการทั้งหมดนี้จะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

 

   สาเหตุความดันโลหิตสูงในทัศนะการแพทย์จีน   

          ภาวะหยางในตับลอยขึ้นไปกระทบบนศีรษะ ในตับและไตมีทั้งหยิน (ความเย็น) และหยาง (ความร้อน) ปกติไตจะต้องส่งหยินในไตไปหล่อเลี้ยงตับ เพื่อไม่ให้ตับรุ่มร้อนเกินไป ถ้าไตเสื่อมลงจะไม่สามารถส่งหยินไปหล่อเลี้ยงตับได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ความร้อนในตับมีมากเกินไป จนลอยขึ้นไปกระทบบนศีรษะ (肝阳上亢) ซึ่งจะเกิดอาการต่างๆ เช่น เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หูอื้อ หน้าแดง ปากขม อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ขี้หลงขี้ลืม อุจจาระแข็งหรือท้องผูก แขนขาเหน็บชา ลิ้นแข็งหรือพูดอ้อแอ้ เป็นต้น

          อนึ่ง  เมื่อตับรุ่มร้อนเกินไปก็จะสร้างโคเลสเตอรอลในปริมาณมากเกินควร ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงเกินไป ทั้งๆ ที่มีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วก็ตาม เนื่องจากโคเลสเตอรอลในร่างกาย 80% ขึ้นไปสร้างมาจากตับ ภาวะเช่นนี้จะเร่งให้หลอดเลือดแดงมีอาการแข็งและตีบมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่ออัมพฤกษ์ อัมพาต

          ภาวะเลือดเหนียวหนืดและจับตัวเป็นลิ่ม ระบบการไหลเวียนของเลือดต้องอาศัยพลังชี่ () จากไตเป็นแรงผลักดัน เมื่อไตเสื่อมลงพลังชี่ก็จะอ่อนลงไปด้วย ทำให้เลือดและพลังไหลเวียนช้าลง เลือดก็จะเหนียวหนืดและจับตัวเป็นลิ่มไปกีดขวางทางเดินของเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น ส่วนภาวะหยางในตับมีมากเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะเร่งให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มด้วย เมื่อหยางในตับมีมากจนถึงขั้นรุนแรง ก็จะเกิดลมในตับ (肝风) ซึ่งจะนำพาลิ่มเลือดขึ้นไปอุดตันหลอดเลือดสมอง จนกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

 

   วิธีการบำบัดแบบองค์รวมของการแพทย์จีน   

          หากพูดถึงยาควบคุมความดันโลหิต หลายๆ คนคงจะนึกถึงยาขับปัสสาวะ ถึงแม้ว่ายานี้เป็นยาพื้นฐานในการรักษาความดันโลหิตสูงของการแพทย์ตะวันตกก็ตาม แต่อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยในระยะยาว เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของไต ทำให้ระดับน้ำตาล ไขมันและกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น ที่สำคัญคือเป็นเพียงยาควบคุมและมิได้หยุดยั้งการลุกลามของโรค ผู้ป่วยจึงอาจต้องใช้ไปตลอด ดังนั้นการแพทย์จีนจึงนิยมหันมาใช้วิธีบำบัดแบบองค์รวม เพื่อรักษาต้นเหตุของความดันโลหิตสูง ดังนี้

 

สารพัดอาการและโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดจากความดันโลหิตสูง หรืออาการปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก หายใจไม่สะดวก มึนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ลิ้นชา พูดไม่ชัด ตามัว กลืนอาหารลำบาก หรือเดินเซเหมือนคนเมาเหล้า จึงค่อยๆ ทุเลาลง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประสบการณ์ผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์

Client Share