เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems


นิ่วไตหรือนิ่วในไตเกิดจากการตกตะกอนของแคลเซียมและผลึกเกลือแร่ในบริเวณทางเดินปัสสาวะส่วนต้น ส่วนใหญ่นิ่วที่พบมักอยู่ในไต แต่มีบางส่วนที่หลุดเข้าไปในท่อไตและเข้าไปถึงกระเพาะปัสสาวะ  นิ่วในไตเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงโดยมีสัดส่วนประมาณ 3 ต่อ 1 และอย่างน้อยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นมักเป็นซ้ำอีก  เนื่องจากอาจเกี่ยวข้อง
กับความผิดปกติในกระบวนการเผาผลาญและ/หรือการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย ผู้ที่เป็นนิ่วในไตมักจะมีประวัติคนในครอบครัว
เป็นโรคนี้ด้วย

                      


 

นิ่วในไตจะแสดงอาการอย่างไร


           ไม่แสดงอาการใดๆ:  ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีนิ่วในไตเป็นเวลานาน  แต่ไม่แสดงอาการใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีก้อนนิ่วขนาดใหญ่ซึ่งจะเคลื่อนตัวยากกว่าก้อนนิ่วขนาดเล็ก จึงไม่แสดงอาการและมักจะตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจรักษาโรคอย่างอื่น


           อาการปวด:  อาจมีอาการปวดหลังปวดเอวข้างใดข้างหนึ่ง ลักษณะปวดแบบตื้อๆ หรือ ปวดแบบแน่นๆ อาจปวดเป็นพักๆ หรือปวดอย่างต่อเนื่อง อาการจะเป็นมากขึ้นหลังทำงานหนักหรือยืนนานๆ  หากก้อนนิ่วมีการเคลื่อนตัว และอุดตันรอยต่อระหว่างกรวยไตและท่อไต หรือตก ผ่านลงมาในท่อไตก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีการบีบตัวอย่างรุนแรงเพื่อขับก้อนนิ่วออกไปผู้ป่่วยจึงเกิดอาการ
ปวดบิดท้องอย่างรุนแรง


           ปัสสาวะมีเลือด:  ปัสสาวะมักจะขุ่นแดงขณะที่มีอาการปวด  ส่วนในรายที่ไม่แสดงอาการอาจตรวจพบเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะภายใต้กล้องจุลทรรศน์

           ปัสสาวะมีเม็ดทราย: อาจพบเม็ดทรายในปัสสาวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีอาการปวดและปัสสาวะมีเลือด

นิ่วในไตมีชนิดใดบ้าง


         ถึงแม้ว่าปัจจุบันการแพทย์ตะวันตกมีความก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม  แต่ก็ยังไม่ทราบกลไกการเกิดนิ่วที่แน่ชัด เพียงแค่สันนิษฐานว่าคงมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น ภาวะการมีแคลเซียมในปัสสาวะสูงเกินไป  การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเกาต์หรือความผิดปกติทางโครงสร้างของไต  เป็นต้น  จึงทำให้นิ่วในไตสามารถแบ่งออกเป็น4 ชนิดหลักดังนี้:

           นิ่วแคลเซียมออกซาเลต: ประมาณ 80% ของนิ่วในไตเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตซึ่งจะพบมากในผู้ชายช่วงอายุ 30-40 ปี
นิ่วแคลเซียมออกซาเลตเกี่ยวข้องกับภาวะการมีแคลเซียมในปัสสาวะมากผิดปกติ อาจเป็นเพราะการทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงหรือมี
ภาวะผิดปกติอื่นๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป โรคคุชชิงหรือการกรองเลือดของไตไม่สมบูรณ์เป็นต้น  นอกจากนี้คนที่ดื่มน้ำน้อย  คนที่ชอบรับประทานอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง หรือกินวิตามินซีสูงๆ (ซึ่งจะกลายเป็นสารออกซาเลต)  ก็อาจมีโอกาสเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตมากกว่าคนทั่วไป


           นิ่ว MAP (Magnesium Ammonium Phosphate): ประมาณ 10-15% ของนิ่วในไตเป็นนิ่ว MAP ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและมักพบในผู้หญิง  ทั้งนี้  เนื่องจากเอนไซม์ของเชื้อแบคทีเรียทำให้น้ำปัสสาวะมีความเป็นด่างสูงขึ้น ซึ่งจะเือื้อต่อการตกตะกอนของผลึก MAP  นิ่ว MAP จัดเป็นนิ่วที่มีอันตรายสูงเนื่องจากขนาดของก้อนนิ่วสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเต็มพื้นที่ของกรวยไต  อีกทั้งยังเป็นรูปทรงคล้ายเขากวางซึ่งยากต่อการสลายและขับออกด้วย  ทำให้ทางเดินปัสสาวะอุดตันจนเนื้อไตเสียหายและกลายเป็นไตวายเรื้อรังในที่สุด ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว MAP มักจะเป็นซ้ำอีก เนื่องจากแบคทีเรียฝังตัวอยู่ในก้อนนิ่ว ทำให้ยาปฏิชีวนะยากที่จะเข้าถึงได้

           นิ่วผลึกกรดยูริก: ประมาณ 5-10% ของนิ่วในไตเป็นนิ่วผลึกกรดยูริก ซึ่งมักจะพบในผู้ชายวัยกลางคนโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเกาต์ ผู้ที่เคยเป็นนิ่วผลึกกรดยูริกมักจะเป็นซ้ำอีก

           นิ่วซีสเทอิน (Cysteine): ประมาณ 1% ของนิ่วในไตเป็นนิ่วซีสเทอิน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางโครงสร้างของไตที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

ภาวะแทรกซ้อนของนิ่วในไตอันตรายเพียงใด


         ผู้ป่วยนิ่วในไตจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ค่อยมีอาการมักจะมีความเชื่อผิดๆว่านิ่วก้่อนเล็กๆ นั้นคงไม่ไปสร้างปัญหาอะไรกับร่างกายหรอก เลยปล่อยไว้ไม่รักษา แต่หารู้ไม่นิ่วก้อนเล็กๆ  นี่แหละอาจไปอุดตันทางเดินปัสสาวะ  ทำให้เยื่อบุผนังทางเดินปัสสาวะได้รับความเสียหายและสมรรถภาพการทำงานของไตลดลง พร้อมทั้งอาจทำให้เกิดติดเชื้อกลายเป็นกรวยไตอักเสบ  และมีภาวะน้ำปัสสาวะขังในกรวยไต  ถ้าปล่อยไว้นานๆ หรือมีการติดเชื้อบ่อยๆก็จะทำให้เนื้อไตเสียกลายเป็นไตวายเรื้อรังในที่สุด  ดังนั้น
การรักษานิ่วในไตไม่เพียงเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยเท่านั้น แต่เป้าหมายที่สำคัญกว่านั้นคือ ป้องกันมิให้ไตเกิดความ
เสียหายต่างหาก

สาเหตุนิ่วในไตในทัศนะการแพทย์จีน


        การแพทย์จีนได้จัดโรคนิ่วในไตให้อยู่ในกลุ่มโรค ปวดหลังปวดเอว  ปัสสาวะมีเลือด   และ ปัสสาวะมีเม็ดทราย  ส่วนการเกิดและการพัฒนาของโรคมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ ภาวะไตอ่อนแอ (ต้นเหตุ) และ ภาวะพิษร้อน-ชื้นในกระเพาะปัสสาวะ(ปลายเหตุ)  ซึ่งสามารถเพิ่มความรุนแรงให้แก่กันและกันได้  เช่น  ภาวะไตอ่อนแอก่อให้เกิดการสะสมของพิษร้อน-ชื้นในกระเพาะปัสสาวะ  และในขณะเดียวกันพิษร้อน-ชื้นก็จะลอยตัวขึ้นไปทำลายหยินหรือสารน้ำในไต  ทำให้น้ำปัสสาวะมีความข้นเกินไป
จนตกตะกอนเป็นนิ่ว ส่งผลให้ทางเดินปัสสาวะติดขัดและเนื้อเยื่อโดยรอบในทางเดินปัสสาวะบวมน้ำและอักเสบ  พร้อมทั้ง
ทำให้เส้นลมปราณไตเสียหายไปด้วย ผลที่ตามมาคือ เร่งให้ไตเสื่อมสภาพมากขึ้นและเร็วขึ้นนั่นเอง

         ผู้ป่วยนิ่วในไตจึงมักจะมีอาการของภาวะไตอ่อนแอร่วมด้วย เช่น ขี้หนาว เย็นตามปลายมือปลายเท้า  ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  อ่อนเพลียเรื้อรัง  หูอื้อ ตาลาย เป็นต้น  นอกจากนี้ ภาวะพิษร้อน-ชื้นยังก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะและเอื้อต่อการเจริญแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วของเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่ว MAP อีกด้วย

การแพทย์จีนมีวิธีบำบัดนิ่วในไตอย่างไร


         การแพทย์จีนนิยมใช้สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการขจัดพิษร้อน-ชื้นในระบบทางเดินปัสสาวะและการสลายและขับก้อนนิ่ว  เพื่อบำบัดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ  จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรจีนที่อยู่ในรูปแบบสารสกัดเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงที่สุด เนื่องจากสามารถควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างแม่นยำโดยมีกลไก
ออกฤทธิ์ ดังนี้:


           ปรับค่า pH ของน้ำปัสสาวะให้มีความเป็นกรดมากขึ้น  เพื่อกระตุ้นการแตกตัวของก้อนนิ่ว

           ช่วยขับปัสสาวะ ทำให้น้ำปัสสาวะมีแรงพุ่งมากขึ้น  ก้อนนิ่วที่ถูกสลายตัวให้มีขนาดเล็กลงแล้วจึงสามารถเคลื่อนตัวลงสู่ด้านล่างง่ายขึ้นและถูกขับออกพร้อมน้ำปัสสาวะ

           ลดความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อทางเดินปัสสาวะ  ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก้อนนิ่วจึงถูกขับออกได้
ง่ายขึ้น


           ลดอาการอักเสบและบวมน้ำของเนื้อเยื่อโดยรอบในทางเดินปัสสาวะ  จึงบรรเทาอาการปวดได้อย่างเด่นชัด

           ลดภาวะน้ำปัสสาวะขังในกรวยไต  (Hydronephrosisi)  จึงลดโอกาสที่เนื้อไตถูกทำลายอย่างมีประสิทธิภาพ

           ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียกลุ่มแกรมลบที่ก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะ จึงบำบัดนิ่ว MAP และป้องกันการเกิด
นิ่วซ้ำอีกได้อย่างเด่นชัด


         นอกจากนี้  การแพทย์จีนยังแนะนำผู้ป่วยนิ่วในไตควรบำรุงไตไปพร้อมๆ กัน เพื่อรักษาต้นเหตุของโรคและลดโอกาสการเป็น
นิ่วซ้ำอีก  ซึ่งจัดเป็นวิธีสำคัญของการรักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิ่วในไตด้วย

         อาการปวดหลังปวดเอว ปัสสาวะมีเลือด ปัสสาวะมีเม็ดทรายและอาการอื่นๆ ของนิ่วในไตจึงค่อยๆ ทุเลาลง

วิธีการป้องกันและดูแลตนเอง


         การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวันจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการเป็นนิ่วซ้ำอีกในระบบทางเดินปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           ดื่มน้ำมากให้มากๆ
         การดื่มน้ำอย่างน้อย 3 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนนอนจะเจือจางความเข้มข้นของน้ำปัสสาวะ  ช่วยลดการตกตะกอนของแร่ธาตุและผลึกเกลือแร่  ปริมาณน้ำปัสสาวะที่เพิ่มขึ้นนั้นยังสามารถช่วยขับก้อนนิ่วขนาดเล็กให้ออกจากร่างกายด้วย  ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ป่วยนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะทุกชนิด  ส่วนผู้ป่วยนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลตไม่ควรดื่มน้ำผลไม้ น้ำชาหรือน้ำอัดลมแทนน้ำ เนื่องจากน้ำผลไม้และน้ำชามมีสารออกซาเลตส่วนน้ำตาลในน้ำอัดลมจะกระตุ้นการขับแคลเซียมของร่างกาย  ซึ่งจะทำให้นิ่วก่อตัวมากขึ้น

           การรับประทานอาหาร
         การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงจะช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน A เช่น แครอท บร็อคโคลี่ ฟักทอง เป็นต้น สามารถป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำอีกและช่วยซ่อมแซมเยื่อบุผนังโดยรอบของทางเดินปัสสาวะที่ได้รับความเสียหายจากก้อนนิ่ว  แต่ถ้าต้องการรับประทานวิตามิน A ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นควรปรึกษาหมอก่อนใช้ยา  ทั้งนี้  เนื่องจากการรับประทานวิตามิน A ในปริมาณสูงมีพิษต่อร่างกาย
         สำหรับผู้ป่วยนิ่วแคลเซียมออกซาเลต ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลเซียมสูง (รวมทั้งนมและผลิตภัณฑ์จากนม)  ผักและผลไม้ที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น ถั่ว คึ่นฉ่าย ผักโขม ชะพลูหน่อไม้ ผักแพว พริกหวาน สตอเบอรี่ ดอกกะหล่ำ มะเขือเทศ เป็นต้น  ควรบริโภคเกลือให้เหลือ 2-3 กรัมต่อวัน พร้อมทั้งลดการบริโภคอาหารประเภทโปรตีนด้วย
         ส่วนผู้ป่วยนิ่วผลึกกรดยูริกควรลดเหล้า เบียร์ เครื่องในสัตว์ทุกชนิด กะปิ น้ำสุกี้ น้ำซุปจากกระดูก  กุ้ง หอย กุนเชียง ไส้กรอก เนื้อเป็ด เนื้อไก่ ปลาซาร์ดีน ไข่แมงดา ชะอม กระถินแตงกวา หน่อไม้ ดอกกะหล่ำ เห็ด ถั่วต่างๆ ถั่วงอก ยอดแค ดอกสะเดา สาหร่าย ยอดผักต่างๆตลอดจนอาหารอื่นๆ ที่มีสารเพียวรีนสูง

           ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนนอน
         ช่วงที่ร่างกายมีการขับแคลเซียมมากที่สุดคือ  หลังจากการรับประทานอาหารไปแล้ว4-5 ชั่วโมง  ดังนั้น การรับประทานอาหารดึกเกินไป แคลเซียมที่ขับออกไปในช่วงที่เรานอนหลับไม่สามารถถูกขัึบออกทางปัสสาวะได้ทันที  จึงเกิดการสะสมในระบบทางเดินปัสสาวะนานวันเข้าก็จะตกตะกอนและก่อตัวเป็นนิ่วขึ้นมาได้

           การออกกำลังออกกาย
         การกระโดด  วิ่ง  การเต้นแอโรบิกและการก้มตัวลงแล้วตบหลัง(ตำแหน่งของไต)เบาๆ ร่วมกับการดื่มน้ำมากๆ  สามารถกระตุ้นการเคลื่อนตัวของก้อนนิ่วลงสู่ด้านล่าง  ช่วยให้ก้อนนิ่วถูกขับออกจากร่างกาย

           การรักษาโรคประจำตัว
         นิ่วกรดยูริกและนิ่ว MAP เกิดจากโรคเกาต์และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  ดังนั้น ผู้ป่วยควรรักษาโรคประจำตัวนี้อย่างจริงจัง



 



           สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการขจัดพิษร้อน-ชื้นในระบบทางเดินปัสสาวะ และการสลายและขับนิ่วนั้นยังมีบทบาทสำคัญต่อผู้ป่วยที่รักษานิ่วในไตด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การผ่าตัดด้วยเลเซอร์การใช้เครื่องสลายนิ่ว ESWL (Extracorpored Shock Wave Lithotripsy) เป็นต้น แม้วิธีเหล่านี้ อาจทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวได้  แต่ปัญหาสำคัญที่ตามมาคือ  ทำอย่างไรให้นิ่วที่สลายตัวแล้วถูกขับออกจากร่างกายให้หมดสิ้น มิให้เกิดการคั่งค้างจนก่อตัวเป็นนิ่วก้อนใหม่ขึ้น  รวมทั้งต้องทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อไตที่อาจถูกทำลายจากแรงสะเทือนของการสลายนิ่ว  สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณดังกล่าวได้ตอบสอนงความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ เนื่องจากสมุนไพรจีนกลุ่มนี้สามารถช่วยขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีแรงพุ่งมากขึ้น พร้อมทั้งลดความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ  ก้อนนิ่วที่ถูกสลายให้มีขนาดเล็กลงแล้วจึงสามารถเคลื่อนตัวลงสู่ด้านล่างและถูกขับออกพร้อมน้ำปัสสาวะได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น  นอกจากนี้  ยังสามารถลดอาการอักเสบและบวมน้ำของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินปัสสาว    จึงช่วยซ่อมแซมเนื้อไตที่อาจถูกทำลายจากแรงสั่นสะเืทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ    ส่วนวิธีการบำรุงไตนั้นอาจจะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตและสามารถป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำอีกได้


Back to Top