เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems










 

กระดูกพรุนคืออะไร

        โครงสร้างกระดูกมี 2 ชั้น กระดูกชั้นนอกเป็นส่วนของกระดูกแข็ง ส่วนกระดูกชั้นในมีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ กระดูกทั้ง 2 ชั้นประกอบด้วยเซลล์สร้างกระดูกใหม่ (Osteoblast) และเซลล์สลายกระดูกเก่า (Osteoclast) กระบวนการของการสร้างกระดูกใหม่และการสลายกระดูกเก่าเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เนื้อกระดูกส่วนที่หมดอายุถูกกำจัดออกไปเพื่อให้กระดูกที่สร้างขึ้นใหม่มาแทนที่

        ในช่วงวัยเด็กถึงวัยหนุ่มสาว อัตราการสร้างกระดูกจะเร็วกว่าอัตราการสลายกระดูก แต่เมื่ออายุราว 30 ปีขึ้นไป อัตราการสลายกระดูกจะเร็วกว่าอัตราการสร้างกระดูก ซึ่งเป็นผลทำให้ปริมาณมวลกระดูกลดลงและโครงสร้างภายในของกระดูกถูกทำลาย ทำให้รูพรุนที่คล้ายฟองน้ำของกระดูกชั้นในมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้กระดูกบางลงและขาดความหยืดหยุ่น เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะกระดูกพรุน

        ภาวะกระดูกพรุนทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักง่าย ทั้งจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงหรือหกล้มเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะพบบ่อยในกระดูกบริเวณสะโพก ข้อมือและกระดูกสันหลัง


 



ภาวะกระดูกพรุน...ภัยเงียบที่ผู้หญิงควรตระหนัก

        ภาวะกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ผู้หญิงมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกพรุนสูงกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า กว่า 60% ของผู้หญิงวัยทองต้องเผชิญกับภาวะกระดูกพรุน ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ผู้หญิงควรตระหนัก ภาวะกระดูกพรุนไม่มีอาการชัดเจน ในระยะต้นอาจรู้สึกเพียงแค่ปวดเมื่อยตามร่างกายเท่านั้น จนกระทั่งเข้าใกล้วัย 60 จะเริ่มปรากฏอาการดังนี้



 




        ภาวะกระดูกพรุนนอกจากจะทำให้ผู้สูงอายุปวดหลัง หลังค่อม ขยับลำตัวลำบาก กระดูกเปราะบางและแตกหักง่ายแล้ว ยังทำให้สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลงปริมาตรช่วงทรวงอกเล็กลงและผนังทรวงอกเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ เวลาหายใจทำให้หายใจไม่สะดวกและเหนื่อยง่าย รวมทั้งทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลงด้วย เนื่องจากปริมาตรช่วงท้องเล็กลงจึงทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว ทั้งๆที่รับประทานอาหารได้ไม่มาก ส่งผลให้ร่างกายรับสารอาหารได้ไม่เพียงพอ รวมทั้งแคลเซียมที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกด้วย

 



คุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนไหม

        ลองดูว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากน้อยเพียงใด เพียงคุณกาเครื่องหมาย ✓ ที่หน้าหัวข้อที่ตรงกับคุณ

  ☐  รูปร่างของคุณบอบบาง
  ☐  ญาติผู้หญิงของคุณเคยกระดูกหัก
  ☐  คุณเป็นสตรีวัยทอง
  ☐  คุณหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติ
  ☐  คุณผ่าตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้างแล้ว
  ☐  คุณอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นประจำ
  ☐  คุณทานยาฮอร์โมนไทรอยด์หรือสเตอรอยด์เป็นประจำ
  ☐  คุณทานยากันชักเป็นประจำ
  ☐  คุณทานอาหารรสเค็มหรือหวานจัดเป็นประจำ
  ☐  คุณทานอาหารที่ผสมสีหรือผงชูรสเป็นประจำ
  ☐  คุณไม่ค่อยออกกำลังกาย
  ☐  คุณสูบบุหรี่
  ☐  คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  ☐  คุณไม่ค่อยทานอาหารประเภทนมหรืออาหารที่มีแคลเซียมสูง
  ☐  คุณดื่มกาแฟมากกว่า 2 ถ้วยต่อวัน
  ☐  คุณเป็นโรคเบาหวาน / โรคต่อมไทรอยด์ / โรคต่อมหมวกไต / โรคลำไส้ / โรคกระเพาะอาหาร / โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ / โรคไตเรื้อรัง / โรคโลหิตจาง / โรคปวดข้อเรื้อรัง ซึ่งโรคเหล่านี้จะทำให้มีการสลายกระดูกมากขึ้น
  ☐  คุณเคยผ่าตัดต่อมไทรอยด์หรือผ่าตัดกระเพาะอาหาร
  ☐  คุณเคยเข้าเฝือกเป็นเวลานาน
  ☐  คุณเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
 
        หากคุณกา ✓ มากเท่าใด ยิ่งแสดงว่าคุณมีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากขึ้นเท่านั้น ควรเริ่มต้นบำรุงกระดูกตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนในวันข้างหน้า


 




การป้องกันภาวะกระดูกพรุน...ต้องเริ่มแต่วัยหนุ่มสาว

        การบำรุงกระดูกเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นนั้น จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงแม้ว่ามีอายุเพียง 20 ต้นๆ ก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากวัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่มีการสะสมมวลกระดูกได้มากที่สุด ส่วนปริมาณมวลกระดูกที่สะสมได้และอัตราการสูญเสียมวลกระดูกหลังวัยผู้ใหญ่ของแต่ละคนไม่เท่ากัน การบำรุงกระดูกเพื่อสะสมปริมาณมวลกระดูกให้ได้มากที่สุดในวัยหนุ่มสาวและชะลอการสลายกระดูกหลังวัยผู้ใหญ่ ก็คงเช่นเดียว กับการสะสมเงินทอง ผู้ที่ไม่สะสมไว้ตั้งแต่หนุ่มสาวซึ่งเป็นวัยที่สามารถเก็บสะสมได้มาก แถมยังใช้เงินเปลืองพอแก่ตัวลงก็คงไม่มีเหลือ แต่ถ้าสะสมไว้มากและใช้แต่พอควรก็จะมีเหลือเก็บ ไม่ลำบากตอนแก่ ดังนั้น การเริ่มต้นบำรุงกระดูกได้เร็วเท่าใด ก็จะทำให้คุณสะสมปริมาณมวลกระดูกและชะลออัตราการสูญเสียมวลกระดูกได้มากเท่านั้น ย่อมจะช่วยให้คุณห่างไกลจากภาวะกระดูกพรุน เมื่อสูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จริงหรือ...เสริมแคลเซียมรักษาภาวะกระดูกพรุนได้

        คนทั่วไปเรามักจะเข้าใจว่า ถ้าไม่อยากมีภาวะกระดูกพรุนก็ต้องทานแคลเซียมเสริม และในขณะเดียวกันก็มีหลายๆ คนอดสงสัยไม่ได้ว่า ตนเองทำไมถึงเป็นภาวะกระดูกพรุนจนได้ ทั้งๆ ที่มีการทานแคลเซียมเสริมอยู่เป็นประจำ

        จริงๆ แล้วภาวะกระดูกพรุนใช่ว่าจะเกิดจากการขาดแคลเซียมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น กรรมพันธุ์ ระบบฮอร์โมน ระบบทางเดินอาหาร พฤติกรรมการดำรงชีวิต อุปนิสัยการรับประทานอาหาร ความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย เป็นต้น ดังนั้น การทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนนั้น จึงอาจได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร



การแพทย์จีนมีวิธีบำบัดภาวะกระดูกพรุนอย่างไร

        การแพทย์จีนได้จัดภาวะกระดูกพรุนอยู่ในกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ร่วมกับการพร่องลงของพลังชี่และเลือดภายในร่างกาย หรือที่เรียกว่าชี่พร่อง-เลือดพร่องนั่นเอง


      ไตทำหน้าที่ควบคุมความแข็งแกร่งของกระดูก
        ไตควบคุมการสร้างวิตามินดี แคลเซียมและฟอสฟอรัส ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้าหรือมากน้อย อาจไม่เท่ากันในแต่ละคน จึงทำให้กระดูกไม่แข็งแรงหรือผุกร่อน รวมทั้งระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือด ก็อาจผิดปกติจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
 

      พลังชี่และเลือดที่สมบูรณ์ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
        ทำให้ร่างกายดูดซึม ลำเลียงและเก็บสะสมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระดูกจึงแข็งแรงขึ้นและลดภาวะกระดูกพรุนได้อย่างเด่นชัด


         การแพทย์จีนจึงนิยมใช้วิธีบำรุงไตควบคู่กับบำรุงชี่-บำรุงเลือดเพื่อบำรุงกระดูกและลดภาวะกระดูกพรุน จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรจีนที่อยู่ในรูปแบบสารสกัด เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากสามารถสกัดและควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างเข้มข้นและแม่นยำ โดยกลไกออกฤทธิ์สำคัญดังนี้





     กระตุ้นให้ต่อมเพศและต่อมหมวกไตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล

     เพิ่มความหนาแน่นของกระดูกและปริมาณมวลกระดูกได้อย่างเด่นชัด ส่งเสริมการสังเคราะห์แร่ธาตุในเนื้อกระดูก

     กระตุ้นความแอ็คทีฟและเพิ่มจำนวนของเซลล์สร้างกระดูกใหม่ (Osteoblast) ลดความแอ็คทีฟและยับยั้งการก่อตัวของเซลล์สลายกระดูกเก่า (Osteoclast) ป้องกันการสลายเนื้อกระดูกมากเกินไป

     แก้ไขภาวะดุลแคลเซียมเป็นลบ (Negative Ca Balance) ยับยั้งการการสลายกระดูกมากเกินไป

     ยับยั้งการลดลงของปริมาณมวลกระดูก กระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     ปรับแต่งโครงสร้างภายในของกระดูก (Micro-architecture) ช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น สามารถทนทานต่อแรงกระแทกที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของร่างกายได้อย่างดี


        อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แขนขาอ่อนแรง เป็นตะคริวและอาการอื่นๆ ของภาวะกระดูกพรุนจะค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด





เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษา และคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top