เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems


โรคเกาต์เกิดจากสาเหตุอะไร

          โรคเกาต์เกิดจากร่างกายมีกรดยูริกมากเกินไป กรดยูริกเป็นสารที่เกิดจากการเผาผลาญของเพียวรีน ซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่วต่างๆ และพืชผักอ่อน รวมทั้งเกิดจากการสลายตัวของเซลล์ภายในร่างกาย กรดยูริกจะถูกขับออกทางปัสสาวะ หากร่างกายสร้างกรดยูริกมากเกินไปหรือไตขับยูริกได้น้อยลง กรดยูริกก็จะตกผลึกตามข้อ ผนังหลอดเลือด ไตและอวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดอาการปวดข้อและโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้

          โรคเกาต์เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ คนที่เป็นโรคเกาต์นอกจากได้รับการถ่ายทอดโรคนี้จากพ่อแม่แล้ว ยังสามารถถ่ายทอดความผิดปกตินี้ไปยังลูกหลานได้อีกด้วย


  
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคเกาต์  

          ผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูง (ค่าปกติควรจะอยู่ระหว่าง 3~7มิลลิกรัมต่อเลือด100มิลลิลิตร) ในระยะแรกหรือระดับกรดยูริกที่สูงเกินไม่มากอาจไม่มีความผิดปกติให้เห็นชัดเจน จะทราบได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจเลือดเท่านั้น แต่ต่อมาจะค่อยๆ ปรากฏอาการให้เห็น อาการที่พบบ่อยมีดังนี้

 

·         ปวดข้อรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ถ้าเป็นการปวดครั้งแรกมักจะปวดข้อเดียว
ข้อที่พบบ่อยคือ นิ้วหัวแม่เท้าข้างใดข้างหนึ่ง บางรายก็อาจจะปวดที่ข้อเข่า ข้อจะบวมและเจ็บมากจนทนไม่ไหว ผิวหนังบริเวณที่ปวดจะตึง ร้อนและแดง เมื่ออาการเริ่มทุเลา ผิวหนังบริเวณนั้นก็จะลอกและคัน
 
·         มักจะเริ่มปวดตอนกลางคืนหรือมีอาการกำเริบหลังดื่มเหล้า ดื่มเบียร์หรือหลังกินเลี้ยง หรือกินอาหารมากเกินปกติ
 
·         อาจมีไข้ หนาวสั่น ใจสั่น อ่อนเพลียหรือเบื่ออาหารร่วมด้วย หากเป็นการปวดครั้งแรกก็มักจะปวดเพียงไม่กี่วัน แม้จะไม่ได้ทานยาก็จะค่อยๆ หายไปได้เอง แต่ถ้าไม่ได้รักษาในระยะแรก อาการจะกำเริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนข้อที่ปวดก็จะเพิ่มจากข้อเดียวจนเป็นเกือบทุกข้อในที่สุด









โรคแทรกซ้อนของโรคเกาต์มีอะไร
         
·          
ข้อพิการ   ผลึกของกรดยูริกที่ไปสะสมตามข้อนั้น นอกจากจะทำให้ปวดข้อแล้ว ข้ออาจพิการจนใช้งานไม่ได้ในที่สุด

·        
นิ่วในไต เมื่อมีผลึกของกรดยูริกไปสะสมที่ไตอาจทำให้ไตพิการได้ ประมาณ 25%ของผู้ป่วยโรคเกาต์จะเสียชีวิตด้วยโรคไตวาย

·        
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ประมาณ 25%ของผู้ป่วยโรคเกาต์เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้มีการติดเชื้อและอักเสบที่ทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากและกรวยไตด้วย

·        
กระดูกพรุน กรดยูริกที่สูงขึ้นจะทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะความเป็นกรด ส่งผลให้กระดูกดูดซึมแคลเซียมได้ยากขึ้นและเกิดภาวะกระดูกพรุน ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยมีการเสริมแคลเซียมเป็นประจำแล้วก็ตาม

·        
เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาตได้มากขึ้น


โรคเกาต์มักจะอยู่คู่กับโรคอะไร

          โรคเกาต์มักจะอยู่คู่กับโรคเรื้อรังอีกหลายๆ อย่าง ประมาณ 1ใน 3ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะมีกรดยูริกในเลือดสูงเกินไปด้วย และผู้ป่วยโรคเกาต์ที่เป็นเบาหวาน โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูงจะเป็น 26%, 28%, 63%และ 84%ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจาก
 
·         โรคเรื้อรังดังกล่าวจะทำให้เกิดความผิดปกติต่อกระบวนการใช้และการขับสารเพียวรีน เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินไป ซึ่งจะไปยับยั้งกระบวนการขับกรดยูริกด้วย ร่างกายจึงไม่สามารถรักษาดุลยภาพของกรดยูริก

·         โรคเรื้อรังเหล่านี้จะทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ไตจึงไม่สามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรดยูริกก็จะคั่งอยู่ในร่างกายมากเกินไปจนเป็นพิษ

·         ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น ยาขับปัสสาวะที่ใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง แอสไพรินที่ใช้ในผู้ป่วยโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น จะยับยั้งการขับยูริกออกจากร่างกายและทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาคือ การขับกรดยูริกที่น้อยลงด้วย จึงเพิ่มความรุนแรงของโรคเกาต์ เช่น ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้ทานยาขับปัสสาวะเพื่อลดความดัน มีเพียง 25% ที่มีกรดยูริกสูงกว่าปกติ แต่พอทานยาแล้วก็มีโอกาสเป็นโรคเกาต์เพิ่มขึ้นเป็น 40-50% เป็นต้น




การรักษาโรคเกาต์ด้วยยาลดอักเสบมีข้อจำกัดอย่างไร

          การรักษาโรคเกาต์ด้วยยาลดอักเสบ เช่น คอลซิซีน(Colchicine) หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDs) เป็นต้น อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากเป็นเพียงการบรรเทาอาการปวดและอักเสบชั่วคราวเท่านั้น แต่มิได้หยุดยั้งการลุกลามของโรค ที่สำคัญคือพิษของยาจะก่อให้เกิดการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารไม่ย่อยและเลือดออกในกระเพาะอาหาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่ใช้คอลซิซีนมักจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน และพิษของยายังอาจยับยั้งการทำงานของไขกระดูก ตับ ไตและทางเดินหายใจด้วย



วิธีการรักษาแบบองค์รวมของการแพทย์จีน
  
          การแพทย์จีนได้จัดโรคเกาต์ให้อยู่ในกลุ่มโรคที่เกิดจากเส้นลมปราณติดขัด(痹病)เนื่องจากพิษของลมและร้อน-ชื้น(湿热)ที่สะสมในร่างกายมีการแทรกเข้าไปบริเวณข้อและเส้นลมปราณที่หล่อเลี้ยงข้อต่อ ทำให้เส้นลมปราณติดขัด เมื่อเส้นลมปราณไม่โล่งก็จะเกิดอาการปวดขึ้นมา ซึ่งสอดคล้องกับหลักการวินิจฉัยและรักษาอันสำคัญของการแพทย์จีน
ปวดแสดงว่าไม่โล่ง โล่งแล้วก็จะไม่ปวด(通则不痛, 痛则不通) ส่วนเลือดและพลังลมปราณที่คั่งอยู่ตามบริเวณข้อก็จะทำให้เกิดอาการตึง ร้อน บวมและแดง หากปล่อยไว้เรื้อรังเส้นลมปราณก็จะตีบตันในที่สุด  ทำให้ข้อต่างๆ  พิการจนใช้งานไม่ได้  การแพทย์จีนจึงนิยมใช้วิธีรักษาแบบองค์รวมดังนี้


·         ขจัดพิษของลมและร้อน-ชื้นที่เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคเกาต์ให้ออกจากร่างกาย  เพื่อหยุดยั้งการลุกลามของโรค

·         สลายเลือดคั่งบริเวณข้อ  กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการอักเสบและอาการปวด จึงบรรเทาอาการตึง ร้อน บวมและแดงบริเวณข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

·         ช่วยขับปัสสาวะ เพื่อขับกรดยูริกออกจากร่างกายให้มากขึ้น
 
          นอกจากนี้ การแพทย์จีนยังให้ความสำคัญในการปรับความสมดุลของร่างกาย เพื่อเพิ่มอัตราการหายของโรคเกาต์และบำบัดโรคเรื้อรังต่างๆ ที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเกาต์ไปพร้อมๆ กัน



·         บำรุงไต เพื่อให้ไตสามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายก็จะกลับมารักษาดุลภาพของกรดยูริกได้อีกครั้ง

·         ทำความสะอาดหลอดเลือดทั่วทั้งร่างกาย ละลายไขมันและสลายลิ่มเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์  เพิ่มระดับ HDL โคเลสเตอรอลและลดระดับ LDL โคเลสเตอรอล จึงสามารถป้องกันและบำบัดโรคเรื้อรังต่างๆ ที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเกาต์

          อาการปวด ตึง บวม แดงและร้อนบริเวณข้อ รวมทั้งโรคแทรกซ้อนและผลกระทบต่อไตก็จะค่อยๆ ทุเลาลงและหายไปได้ในที่สุด




  เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน

  มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP




          เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

·         ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

·         ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

·         ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลกเพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV

         
เอินเวย์ ป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ

           ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมีและการสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิดเข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษาและคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น


          การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เปนตน เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

          ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
  เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพเพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า


8f9a28116aad0e5749f906726760f2e7.png


Back to Top