เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems



  ความดันโลหิตเกิดขึ้นได้อย่างไร...  

        หัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความดันโลหิตขึ้นในหลอดเลือดแดง ความดันโลหิตแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

        · ความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure:SBP) ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เกิดขึ้นในขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

        · ความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic blood pressure:DBP) ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เกิดขึ้นในขณะหัวใจคลายตัว เลือดจะไหลกลับเข้าไปในหัวใจอีกครั้ง




        ค่าความดันโลหิตที่วัดได้คือ แรงดันของเลือดที่ปะทะกับผนังหลอดเลือด  ดังนั้นจึงมีอีกปัจจัยหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นคือความแข็งแรงของหลอดเลือด หากผนังของหลอดเลือดมีความแข็งมาก ค่าแรงดันของการปะทะก็จะสูง แต่หากผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นรองรับแรงปะทะได้มาก ค่าแรงดันก็จะต่ำ



  ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร...  

        เมื่อได้ค่าความดันโลหิตทั้งสองตัวมาแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่าค่าที่ได้นั้นสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ตารางด้านล่างนี้จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ทันที

 


 



  คุณมีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยเพียงใด...  

        จากการสำรวจระหว่างปีพ.ศ. 2547-2549ในประเทศไทยพบว่า ผู้ชายเป็นความดันโลหิตสูง 23%ส่วนผู้หญิงเป็น 21%สถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีประมาณ 1ใน 4ของประชากรไทยเป็นความดันโลหิตสูง แต่ข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ หากอายุเกิน 50ปี สถิติการเป็นความดันโลหิตสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2เท่า และผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจำนวนกว่าครึ่งไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นโรคนี้ ลองทำแบบทดสอบดูว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากน้อยเพียงใด...

        · คุณมีสมาชิกในครอบครัว (พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย) เป็นความดันโลหิตสูงใช่หรือไม่
        · น้ำหนักตัวของคุณมากเกินปกติใช่หรือไม่
        · คุณเป็นผู้ชายอายุมากกว่า  35  ปีใช่หรือไม่
        · คุณเป็นสตรีวัยหมดประจำเดือนใช่หรือไม่
        · คุณสูบบุหรี่ใช่หรือไม่
        · คุณดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมากกว่า  2  แก้วใช่หรือไม่
        · คุณทำงานประเภทนั่งโต๊ะใช่หรือไม่
        · คุณกินยาเม็ดคุมกำเนิดใช่หรือไม่
        · คุณชอบทานอาหารรสเค็มใช่หรือไม่
        · คุณมีความเครียดเป็นประจำใช่หรือไม่
 
        หากคุณตอบ ใช่ อย่างน้อยหนึ่งข้อแสดงว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ



  ไม่มีอาการ...แสดงว่าไม่มีปัญหาจริงหรือ  

        คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดว่า คนที่เป็นความดันโลหิตสูงจะต้องเป็นผู้สูงอายุหรือมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ แต่จริงๆ แล้วความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นในอายุประมาณ 35 ปีและไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังรู้สึกสบายดีเฉกเช่นคนปกติทั่วไป แต่ความดันโลหิตสูงจะคอยทำลายชีวิตผู้คนอย่างเงียบๆ ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมลงและเกิดความผิดปกติต่ออวัยวะสำคัญด้วยภาวะภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ผู้ป่วยหลายคนอาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงหลายปีโดยไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด จนมาวันหนึ่งเกิดอาการรุนแรงจากผลข้างเคียงของความดันโลหิตสูง เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นต้น ทำให้พิการหรือเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน


 




  ภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูงมีอะไรบ้าง...  

        · หัวใจ ทำให้หัวใจโต หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายและภาวะหัวใจวาย
        · สมอง ความจำเสื่อม  สมาธิสั้น  หลอดเลือดสมองตีบหรือแตกจนกลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
        · ไต อาจเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง  ซึ่งยิ่งจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นอีกกลายเป็นวงจรเลวร้ายที่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน
        · ตา ทำให้ประสาทตาเสื่อมลง ตาจะมัวลงเรื่อยๆ จนตาบอดได้
        · หลอดเลือด เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรืออุดตัน
 
        นอกจากนี้ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีโรคประจำตัวหรือพฤติกรรมไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด เป็นต้น ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เร็วขึ้น



  อาหารรสเค็มทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างไร...  

        เมื่อเราทานอาหารที่มีรสเค็มจัดจะทำให้ปริมาณเกลือในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกลือหรือโซเดียมจะไปเพิ่มปริมาณน้ำในกระแสเลือด ทำให้มีปริมาณเลือดเพิ่มมากขึ้น หัวใจจึงต้องเพิ่มแรงดันในการผลักเลือดออกไปสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อร่างกายตรวจพบว่ามีปริมาณเลือดเข้ามาในหลอดเลือดมากเกินไปก็จะหลั่งสารบางชนิดออกมาเพื่อให้หลอดเลือดตีบลง เพราะหากปล่อยให้เลือดเข้าไปในอวัยวะในปริมาณที่มากผิดปกติ อาจมีอันตรายต่ออวัยวะนั้นๆ ได้ ผลกระทบจากกระบวนการทั้งหมดนี้จะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง



  สาเหตุความดันโลหิตสูงในทัศนะการแพทย์จีน...  

        · ภาวะหยางในตับลอยขึ้นไปกระทบบนศีรษะ
        ในตับและไตมีทั้งหยิน (ความเย็น) และหยาง (ความร้อน) ปกติไตจะต้องส่งหยินในไตไปหล่อเลี้ยงตับเพื่อไม่ให้ตับรุ่มร้อนเกินไป ถ้าไตเสื่อมลงจะไม่สามารถส่งหยินไปหล่อเลี้ยงตับได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ความร้อนในตับมีมากเกินไปจนลอยขึ้นไปกระทบบนศีรษะ (肝阳上亢) ซึ่งจะเกิดอาการต่างๆ เช่น เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หูอื้อ หน้าแดง ปากขม อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ขี้หลงขี้ลืม อุจจาระแข็งหรือท้องผูก แขนขาเหน็บชา ลิ้นแข็งหรือพูดอ้อแอ้ เป็นต้น
 
        อนึ่ง  เมื่อตับรุ่มร้อนเกินไปก็จะสร้างโคเลสเตอรอลในปริมาณมากเกินควรทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงเกินไป ทั้งๆ ที่มีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วก็ตาม เนื่องจากโคเลสเตอรอลในร่างกาย 80% ขึ้นไปสร้างมาจากตับ ภาวะเช่นนี้จะเร่งให้หลอดเลือดแดงมีอาการแข็งและตีบมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่ออัมพฤกษ์ อัมพาต
 
        · ภาวะเลือดเหนียวหนืดและจับตัวเป็นลิ่ม
        ระบบการไหลเวียนของเลือดต้องอาศัยพลังชี่(气) จากไตเป็นแรงผลักดัน เมื่อไตเสื่อมลง พลังชี่ก็จะอ่อนลงไปด้วย ทำให้เลือดและพลังไหลเวียนช้าลง เลือดก็จะเหนียวหนืดและจับตัวเป็นลิ่มไปกีดขวางทางเดินของเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น ส่วนภาวะหยางในตับมีมากเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะเร่งให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มด้วย เมื่อหยางในตับมีมากจนถึงขั้นรุนแรงก็จะเกิดลมในตับ(肝风) ซึ่งจะนำพาลิ่มเลือดขึ้นไปอุดตันหลอดเลือดสมองจนกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง



  วิธีการบำบัดแบบองค์รวมของการแพทย์จีน...  

        หากพูดถึงยาควบคุมความดันโลหิตหลายๆ คนคงจะนึกถึงยาขับปัสสาวะ ถึงแม้ว่ายานี้เป็นยาพื้นฐานในการรักษาความดันโลหิตสูงของการแพทย์จะวันตกก็ตาม แต่อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยในระยะยาว เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของไต ทำให้ระดับน้ำตาล ไขมันและกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น ที่สำคัญคือเป็นเพียงยาควบคุมและมิได้หยุดยั้งการลุกลามของโรค ผู้ป่วยจึงอาจต้องใช้ไปตลอด ดังนั้น การแพทย์จีนจึงนิยมหันมาใช้วิธีบำบัดแบบองค์รวมเพื่อรักษาต้นเหตุของความดันโลหิตสูง ดังนี้





        · ทำความสะอาดและทะลวงหลอดเลือด สลายลิ่มเลือดและไขมัน ทำให้หลอดเลือดโล่งสะอาด จึงป้องกันและบำบัดโรคที่พบบ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น
 
        · บำรุงไตเพื่อให้หยิน-หยางในไตเกิดความสมดุล ไตจึงสามารถส่งหยินในไตไปหล่อเลี้ยงตับได้อย่างเพียงพอ เพื่อมิให้ตับรุ่มร้อนเกินไปซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความดันโลหิตสูง เมื่อตับอยู่ในภาวะสมดุลก็จะมีการสร้างโคเลสเตอรอลในปริมาณที่เหมาะสม และในขณะเดียวกัน เมื่อไตแข็งแรงขึ้น พลังชี่ที่เป็นแรงผลักดันของเลือดก็จะสมบูรณ์ขึ้น ระบบการไหลเวียนของเลือดจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
        สารพัดอาการและโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงหรือาการปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก หายใจไม่สะดวก มึนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ลิ้นชา พูดไม่ชัด ตามัว กลืนอาหารลำบากหรือเดินเซเหมือนคนเมาเหล้าจึงค่อยๆ ทุเลาลง






เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อ ตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัย ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลกเพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็น บริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้ นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละ ชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษาและคงไว้ ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และ ได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยัง คงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพเพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้ บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top