เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems










 

        คุณเคยท้องผูกไหม? นี่อาจเป็นคำถามที่ไม่จำเป็น เพราะว่าคนเราเกือบทุกคนล้วนเคยท้องผูกเป็นบางช่วงในชีวิต แต่คุณทราบไหมว่าท้องผูกเกิดขึ้นได้อย่างไร และส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร จริงๆ แล้วท้องผูกอาจมีสาเหตุมากกว่าที่คุณทราบ



ท้องผูกเกิดขึ้นได้อย่างไร

          อาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน กระเพาะอาหารและม้ามจะทำหน้าที่ในการย่อย ดูดซึม และลำเลียงสิ่งที่เป็นประโยชน์จากอาหาร ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่วนกากอาหารก็จะเคลื่อนตัวเข้าไปในลำไส้ใหญ่ และรวมตัวเป็นอุจจาระ เมื่ออุจจาระเคลื่อนตัวเข้าไปในลำไส้ตรง ระบบประสาทที่ควบคุมการขับถ่ายก็จะส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้คนเราเกิดความรู้สึกอยากจะขับถ่าย การขับถ่ายอุจจาระเป็นการขับพิษหรือขยะออกจากร่างกาย หากกากอาหารค้างอยู่ในลำไส้นานกว่า 2 วัน น้ำในลำไส้ก็จะถูกดูดกลับคืนสู่ร่างกาย อุจจาระจึงเกาะตัวแน่นจนแห้งและแข็ง ทำให้เคลื่อนตัวยากและขับถ่ายลำบาก พร้อมทั้งมีอาการอึดอัด แน่นท้อง ปวดท้อง หรือถ่ายเป็นเลือด ฯลฯ นี่แหละท้องผูกกำลังมาเยือนแล้ว





 





 

ท้องผูกส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร

        ถึงแม้ว่านิสัยการขับถ่ายของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป แต่การขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน จนเป็นความเคยชินจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการขับพิษออกจากร่างกายที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มา

        กากอาหารที่ค้างอยู่ในลำไส้นาน จะบูดเน่าและเกิดความเป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้ลำไส้ไม่สะอาด เลือดลมปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย อาทิ

     x ผลเสียต่อผิวพรรณ: กากอาหารที่บูดเน่าจะเกิดสารพิษที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย เช่น สารแอมโมเนียไนโตรเจน อินโดลมีแทน กำมะถัน เป็นต้น เมื่อสารเหล่านี้ถูกดูดซึมกลับสู่ร่างกายพร้อมกับน้ำในลำไส้ นอกจากจะเร่งให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมเร็วขึ้น ยังทำให้ผิวพรรณหยาบกร้านและแก่ก่อนวัย ดังนั้น การขับถ่ายอุจจาระเป็นประจำทุกวัน จึงเป็นวิธีสำคัญในการถนอมผิวพรรณและชะลอความชราด้วย

     x เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้: ท้องผูกทำให้ลำไส้ใหญ่ไม่สะอาด อุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่นาน จะเกิดจุลินทรีย์บางชนิดซึ่งจะทำให้ลำไส้เป็นแผล และเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกและมะเร็งลำไส้ได้

     x ผลกระทบต่อตับ: ตับมีหน้าที่ในการขับยาและสารพิษที่ตกค้างให้ออกจากเลือด สารพิษที่เกิดจากท้องผูกต้องอาศัยตับในการขับออกเช่นกัน หากท้องผูกเป็นประจำ ตับย่อมต้องทำงานหนักขึ้น และเสื่อมลงก่อนเวลาอันควรเป็นธรรมดา ทำให้การขับยาและสารพิษที่ตกค้างในเลือดไม่ดีเท่าที่ควร จึงเกิดอาการแพ้ต่างๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ ท้องผูกจะทำให้อาการของผู้ป่วยโรคตับกำเริบและทรุดหนักลง ดังนั้น ผู้ป่วยโรคตับจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ท้องผูกด้วย

     x ผลเสียต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ:  สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคหลอดเลือดสมอง การเบ่งอุจจาระแรงๆ ในเวลาท้องผูกจะเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือทำให้โรคหัวใจกำเริบ รวมทั้งเร่งให้อาการต่างๆ ทรุดลงด้วย

     x การเป็นริดสีดวงทวาร: เมื่อท้องผูก เวลาขับถ่ายต้องเบ่งแรงๆ อุจจาระที่แห้งและแข็งจะเสียดสีกับทวารหนัก ทำให้ทวารหนักปริออกจนเลือดไหล หากท้องผูกเป็นประจำ แรงเบ่งจะทำให้กลุ่มหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักขอดจนกลายเป็นริดสีดวง  เวลาขับถ่ายก็จะปริออกมีเลือดสดๆ ไหลออก และปวดบริเวณทวารหนักด้วย




 





 

สาเหตุท้องผูกและวิธีการบำบัดในทัศนะการแพทย์จีน

        ถึงแม้ว่าอาการท้องผูกของแต่ละคนดูเหมือนจะคล้ายคลึงกันคือ การขับถ่ายลำบาก แต่ในทัศนะการแพทย์จีนเห็นว่าอาการที่คล้ายกันนั้นกลับมีสาเหตุที่ไม่เหมือนกัน วิธีการบำบัดจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การวินิจฉัยว่าท้องผูกเกิดจากสาเหตุอะไรนั้น ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมาก เพียงแต่เราหมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของตนเอง ทั้งนี้ เนื่องจากท้องผูกที่เกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน จะมีกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันอย่างชัดเจน อาทิ

     x ท้องผูกเนื่องจากความร้อนสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้ (热秘):  ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะชอบรับประทานอาหารรสเผ็ด รสจัด อาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ทุเรียน ลิ้นจี่ สับปะรด ของทอด เป็นต้น หรือดื่มสุราเป็นประจำ ความร้อนที่สะสมอยู่จะทำลายน้ำและสารเหลวในลำไส้ ทำให้ลำไส้ขาดความชุ่มชื้น กลุ่มอาการเฉพาะคือ อุจจาระแข็ง ปัสสาวะสีเข้ม หน้าแดง รู้สึกตัวร้อน ทั้งๆ ที่ไม่มีไข้ มีกลิ่นปาก ปากแห้ง อึดอัดที่ท้อง ฝ้าบนลิ้นเหลืองและแห้ง เป็นสิว ลมพิษหรือผื่นคันได้ง่าย ฯลฯ





        ท้องผูกเนื่องจากความร้อนสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ควรบำบัดด้วยวิธีระบายความร้อนในกระเพาะและลำไส้ ทำให้ลำไส้ชุ่มชื้น มีสารหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ อาการต่างๆ ของท้องผูกก็จะค่อยๆ ทุเลาลง


               
 
     x ท้องผูกเนื่องจากความเย็นสะสมในร่างกาย (冷秘): ความเย็นที่สะสมนั้น จะทำให้พลังงานความร้อนในร่างกายไม่เพียงพอในการขับเคลื่อนลำไส้ให้มีการบีบตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อุจจาระเคลื่อนตัวผิดปกติ กลุ่มอาการเฉพาะคือ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ หน้าซีด มือเท้าเย็น ขี้หนาว ปวดเมื่อยตามร่างกาย อาจมีอาการปวดท้องแบบเย็นร่วมด้วย (ปวดท้องแบบเย็นคือ เมื่อประคบอุ่นหรือทานอาหารอุ่นๆ แล้วอาการปวดจะทุเลาลง)



        ท้องผูกเนื่องจากความเย็นสะสมในร่างกาย มักเกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ทำให้พลังไฟมิ่งเหมิน (命门之火) ซึ่งเป็นพลังที่ให้ความอบอุ่นและขับเคลื่อนให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ตามปกติแก่ร่างกายลดลง จึงมักจะบำบัดด้วยวิธีการบำรุงไต เพื่อบำบัดต้นเหตุของท้องผูกชนิดนี้

 


     x ท้องผูกเนื่องจากพลังชี่สะดุด(气秘): ทำให้พลังในลำไส้ที่ควรไหลลงสู่ด้านล่าง กลับย้อนขึ้นสู่ด้านบน อุจจาระจึงเคลื่อนตัวลงไปยังลำไส้ใหญ่ไม่คล่องตัว กลุ่มอาการเฉพาะคือ ปวดแน่นบริเวณชายโครงหรือแน่นท้อง เรอเป็นประจำ ไม่เจริญอาหาร อยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก ฯลฯ ผู้ที่มีอารมณ์แปรปรวน เครียด ขี้หงุดหงิด ขาดการออกกำลังกาย มักจะทำให้พลังชี่สะดุดได้ง่าย




        ท้องผูกเนื่องจากพลังชี่สะดุด มักจะบำบัดด้วยวิธีการปรับพลังและกระตุ้นพลังชี่ให้ไหลเวียนคล่องขึ้น เมื่อการไหลเวียนของพลังชี่คล่องขึ้นแล้ว สารพัดอาการของท้องผูกก็จะค่อยๆ หายไปเอง 
 



     x ท้องผูกเนื่องจากภาวะเลือดพร่อง (血虛便秘): ภาวะเลือดพร่องจะทำให้ลำไส้ใหญ่หย่อนคลายและการบีบตัวอ่อนแรง อุจจาระจึงเคลื่อนตัวได้ลำบาก กลุ่มอาการเฉพาะคือ ใจสั่น วิงเวียน ตาลายเป็นประจำ ใบหน้าไม่มีเลือดฝาด ริมฝีปากซีด ฯลฯ ท้องผูกชนิดนี้มักเกิดขึ้นในสตรีหลังคลอด ผู้ป่วยเรื้อรังและผู้สูงอายุ แต่สำหรับผู้สูงอายุนั้น ถึงแม้ว่าท้องผูกติดต่อกันหลายวัน ก็อาจไม่รู้สึกอึดอัด แต่มักมีอาการไม่สดชื่น เอวและขาอ่อนแรง ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นและมีจุดด่างดำเพิ่มขึ้น



        ท้องผูกเนื่องจากภาวะเลือดพร่อง ควรบำรุงเลือดและพลังชี่ไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากพลังชี่และเลือดมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมซึ่งกันและกัน
                                                                 
                                                                                 


     x ท้องผูกเนื่องจากภาวะพลังชี่พร่อง (气虛便秘): ซึ่งจะทำให้การบีบตัวของลำไส้ไร้ประสิทธิภาพ กลุ่มอาการเฉพาะคือ อุจจาระไม่แข็งเหมือนกับท้องผูกชนิดอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่ผู้ป่วยกลับไม่ค่อยมีแรงในการเบ่งอุจจาระให้ออก และในระหว่างการเบ่งอุจจาระมักจะเหงื่อตกและเหนื่อยหอบ พอขับถ่ายเสร็จแล้วจะรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ มักจะหน้าซีด อ่อนเพลีย ฝ้าบนลิ้นขาวหรือลื่น ขอบลิ้นทั้ง 2 ด้านมีรอยกดทับของฟัน ฯลฯ



        เมื่อมีการบำรุงพลังชี่แล้ว ลำไส้ก็จะบีบตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กากอาหารเคลื่อนตัวได้ปกติ อาการท้องผูกที่เกิดจากภาวะพร่องพลังชี่ก็จะค่อยๆ ทุเลาลง







 



 

ยาระบายไม่ควรใช้เป็นประจำ
       ยาระบายทำให้อุจจาระอ่อนตัว ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น แต่หากใช้มากเกินไป ท้องอาจเสีย และหากใช้ติดต่อกันนานเกินไป ก็อาจทำให้ร่างกายติดยาและระบบขับถ่ายรวนได้ ยาที่กระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัว เช่น น้ำมันละหุ่ง ไบซาโคดิล (Bisacodyl) หรือกลุ่มเกลือแมกนีเซียม เป็นต้น อาจมีผลให้อาการท้องผูกกลับมาเป็นอีก ผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำจึงไม่ควรใช้ยาเหล่านี้ ถ้าจำเป็นต้องพึ่งยาระบาย เป็นครั้งคราว ควรเลือกชนิดที่ช่วยเพิ่มกากอาหาร เช่น พวกวุ้น เมล็ดแมงลัก ลูกพรุน รำข้าว เมธิลเซลลูโลส (Methylcellulose) และหยุดใช้ทันทีที่หายท้องผูก
 


ท้องผู้เป็นประจำทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น
        อย่าเพิ่งงงนะว่าท้องผูกจะไปเกี่ยวอะไรกับระดับโคเลสเตอรอลและโรคหัวใจ เราอาจต้องมาทำความรู้จักกับที่มา และการทำงานของน้ำดีเสียก่อน คือ ตับมีการขับโคเลสเตอรอลส่วนเกิน แคลเซียมส่วนเกิน ไขมันที่ผ่านการออกซิเดชั่น สารพิษและของเสียที่ถุงน้ำดี จากนั้นถุงน้ำดีจะสังเคราะห์ของเสียเหล่านี้ ให้กลายเป็นน้ำดีและส่งผ่านท่อน้ำดีไปในลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อย่อยน้ำมันและไขมันที่เรารับประทานเข้าไป ให้เป็นกรดไขมัน จากนั้นน้ำดีก็ไหลเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ช่วยหล่อลื่นผนังลำไส้ใหญ่ กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ และช่วยการขับถ่าย แล้วน้ำดีเหล่านี้ก็จะถูกขับออกจากร่างกายพร้อมอุจจาระ ถ้าคุณท้องผูก น้ำดีก็จะตกค้างอยู่ในลำไส้นานเกินไป และถูกดูดซึมกลับไปยังตับ ผลที่ตามมาคือเพิ่มภาระให้ตับ ทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ






 


เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษา และคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top