เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems








   ภาวะกึ่งแข็งแรง...ปัญหาสุขภาพของคนส่วนใหญ่   


        สมศักดิ์เป็นหัวหน้างานในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบสูง แต่ละวันต้องใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งและทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับงาน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเรื่องอาหารการกินและออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ระยะหลังสมศักดิ์มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ใจสั่น หายใจถี่ ไม่อยากพูดคุย เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย ขาดสมาธิและหาวนอนบ่อย แต่พอไปนอนจริงๆ ก็นอนไม่หลับ ประกอบกับคนรอบข้างก็ได้ทักสมศักดิ์บ่อยขึ้นว่า ทำไมหน้าตาดูอิดโรยไม่สบายหรือเปล่า ทำให้สมศักดิ์ตัดสินใจไปหาหมอและตรวจด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย แต่ก็ไม่พบความผิดปกติอะไรทั้งๆ ที่สมศักดิ์ก็รู้ดีว่าตนเองไม่แข็งแรง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นดูแลสุขภาพจากตรงไหนดี

        จริงๆ แล้วสภาพร่างกายของสมศักดิ์ น่าจะสะท้อนปัญหาสุขภาพของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือ ร่างกายอยู่ใน ภาวะกึ่งแข็งแรง ทำ ให้สภาพร่างกายอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความแข็งแรงกับความเจ็บป่วย จะว่าแข็ง แรงก็ไม่ใช่เพราะมีอาการกวนใจอยู่ตลอดเวลา จะว่าเจ็บป่วยก็ไม่เชิงเพราะยัง สามารถทำงานและดำเนินชีวิตได้ปกติ แถมเครื่องมือแพทย์อันทันสมัยยังมักจะ ตรวจไม่พบความผิดปกติอีกต่างหาก แล้วอะไรคือต้นเหตุที่แท้จริงของภาวะกึ่งแข็งแรง? สำหรับการแพทย์จีนได้จัดภาวะกึ่งแข็งแรงให้อยู่ในกลุ่มโรคที่เกิดจากการ พร่องลงของพลังชี่และเลือดภายในร่างกาย หรือที่เรียกกันว่า ชี่พร่อง (气虚) และเลือดพร่อง (血虚) นั่นเอง ชี่และเลือดเป็นวัตถุพื้นฐานแต่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิต หากเปรียบร่างกายคนเราเป็นต้นไม้ ตับไตคือรากชี่คือแสงแดดและเลือดคือน้ำ ซึ่งจะต้องมีความสมบูรณ์ทั้งหมด ต้นไม้จึงจะเติบใหญ่งดงามได้









   ชี่และชี่พร่องสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกายอย่างไร   

        ชี่คือพลังงานขนาดเล็กที่ทรงอานุภาพ และมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา อยู่ในทุกอณูของร่างกายและเป็นพลังงานขับเคลื่อนให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง อาทิ




        หากชี่ในร่างกายเพียงพอ  การทำงานของอวัยวะต่างๆ ก็จะแข็งแรง สมดุล คึกคัก มีเรี่ยวแรง มีความอบอุ่น รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา แต่ถ้าชี่ในร่างกายพร่องลง ก็จะทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายลดน้อยถอยลง ส่งผลให้เกิดกลุ่มอาการของชี่พร่อง เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง เสียงค่อย ไม่อยากพูดคุย ใจสั่น หายใจถี่ เหงื่อออกง่ายหรือเหงื่อออกมากโดยเฉพาะขณะนอนหลับ ง่วงเหงาหาวนอนบ่อย ไม่สดชื่น หน้าตาอิดโรย มือเท้าเย็นเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย รู้สึกสมองล้า ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิในการทำงาน เบื่ออาหาร ภูมิคุ้มกันต่ำเป็นหวัดง่าย ท้องเดินหรือท้องผูกเป็นประจำ ฝ้าบนลิ้นขาวหรือขอบลิ้นมีรอยกดทับของฟัน เป็นต้น



   ชี่ในร่างกายมาจากที่ใดและพร่องลงจากสาเหตุอะไร   
          
           ชี่ก่อนกำเนิด: ซึ่งเป็นชี่ดั้งเดิมที่พ่อแม่ให้มาตั้งแต่กำเนิดและจะเก็บสะสมไว้ที่ไต ชี่ก่อนกำเนิดไม่สมบูรณ์จะทำให้ร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เกิด

           ชี่หลังกำเนิด: ซึ่งจะได้จากอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการหายใจและอาหารการกินที่ผ่านการย่อยและการดูดซึม ชี่หลังกำเนิดจะคอยเติมเต็มให้ชี่ก่อนกำเนิดซึ่งถูกใช้ไปทุกวัน





        ฉะนั้น การมีสุขภาพที่แข็งแรงจะต้องอาศัยชี่ที่สมบูรณ์ทั้งก่อนและหลังกำเนิด จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ส่วนชี่พร่องเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น ไตอ่อนแอ การรุมเร้าของโรคเรื้อรัง อุปนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดทางอารมณ์ การทำงานหามรุ่งหามค่ำ ขาดการทะนุถนอมสุขภาพหรือขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น



   เลือดพร่องคืออะไรและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร   

         เป็นที่ทราบกันว่า เลือดทำหน้าที่หล่อเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานปกติโดยมีองค์ประกอบ 4 ส่วนดังนี้

           น้ำเลือด: ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารไปให้ทุกๆ เซลล์ของร่างกาย โดยไขมันจะถูกลำเลียงในรูปอนุภาคขนาดเล็ก โปรตีนถูกลำเลียงในรูปกรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรตถูกลำเลียงในรูปน้ำตาลกลูโคสและวิตามินชนิดต่างๆ สารอาหารเหล่านี้เป็นวัตถุดิบสำหรับเซลล์ในการสร้างพลังงานและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และในขณะเดียวกัน น้ำเลือดก็ช่วยรับเอาของเสียจากอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ กลับออกมา เพื่อขับออกจากร่างกาย ส่วนฮอร์โมนซึ่งเป็นสารเคมีที่ผลิตจากต่อมไร้ท่อและทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายนั้น ก็ต้องอาศัยน้ำเลือดเป็นตัวกลางในการลำเลียงไปยังอวัยวะเป้าหมาย

           เกล็ดเลือด:  ทำหน้าที่ร่วมกับแฟคเตอร์การแข็งตัวของเลือด เพื่อทำการห้ามเลือดเมื่อร่างกายเกิดบาดแผล หลอดเลือดฉีกขาดหรือมีการตกเลือดในอวัยวะภายใน

           เม็ดเลือดแดง: ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังทุกเซลล์ และรับคาร์บอนไดออกไซด์กลับออกมาที่ปอด เพื่อขับออกจากร่างกายขณะหายใจออก

           เม็ดเลือดขาว: ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค

        นอกจากนี้ การไหลเวียนของเลือดยังช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำอิเล็คโทรไลต์ ความเป็นกรด-ด่าง และอุณหภูมิของร่างกายอีกด้วย


       ดังนั้น เลือดพร่องในทัศนะการแพทย์จีน จึงได้ครอบคลุมถึงความผิดปกติทั้งปริมาณและคุณภาพของเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น ความผิดปกติของสารเคมีและสารอาหารในเลือด ตลอดจนการไหลเวียนของเลือดที่ช้าลง อาการของเลือดพร่องจึงเกิดขึ้นได้กับทุกๆ ระบบของร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้าตาซีดเซียว ไม่มีเลือดฝาดริมฝีปากและเยื่อบุเปลือกตาซีด เล็บซีดและเปราะบางฉีกขาดง่าย  นอนไม่หลับ  ฝันบ่อย หาวนอนบ่อย  ใจสั่น  เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย มือเท้าเหน็บชา ประจำเดือนมาน้อยหรือสีซีด มีบุตรยาก แท้งบุตรมีจุดแดงขึ้นตามตัวหรือมีเลือดออกตามที่ต่างๆ เช่น มีเลือดกำเดาออก เลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนมามากถ่ายเป็นเลือด ตาแห้ง ตาขาวขุ่นลงและมีเส้นเลือดฝอย เหงือกร่นทำให้เศษอาหารติดฟันง่ายขึ้นภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัดง่าย  ติดเชื้อง่าย  ผิวหนังหยาบกร้าน ผมแห้งหลุดร่วงง่าย อุจจาระแข็ง เป็นต้น

        ส่วนเลือดพร่องนั้นเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม อายุเพิ่มขึ้น ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ระบบการย่อยและดูดซึมอาหารที่อ่อนแอ ซึ่งจะพบบ่อยในผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ภาวะเลือดออกเฉียบพลันหรือเรื้อรัง การรุมเร้าของโรคเรื้อรัง ตับอ่อนแอ ความเครียดทางอารมณ์ พักผ่อนไม่เพียงพอ ตรากตรำทำงานหรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา เป็นต้น



   ทำไมชี่พร่องและเลือดพร่องมักจะเกิดร่วมกันอยู่เสมอ   

        ในทัศนะการแพทย์จีน ชี่มีความเป็นหยาง ชอบเคลื่อนไหวและให้ความอบอุ่น ส่วนเลือดมีความเป็นหยิน ชอบอยู่นิ่งและให้ความชุ่มชื้น ความสัมพันธ์ของชี่และเลือดแท้ที่จริงแล้วก็คือ ความสัมพันธ์ของหยิน-หยางในระบบการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะต้องพึ่งพาอาศัย ควบคุม แปรเปลี่ยนและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน เช่น กระบวนการสร้างเลือดและการไหลเวียนของเลือด ต้องอาศัยชี่และการขับเคลื่อนของชี่ ถ้าชี่เพียงพอ เลือดก็จะสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์และไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน ชี่ก็ต้องอาศัยเลือดไปหล่อเลี้ยงและให้ความชุ่มชื้น การไหลเวียนของเลือดได้นำพาชี่ไปให้ทุกๆ เซลล์ของร่างกาย ถ้าเลือดพร่องลง ชี่ก็ย่อมจะไม่สมบูรณ์ ทำให้ชี่พร่องและเลือดพร่องมักจะเกิดขึ้นร่วมกันอยู่เสมอ การรักษากลุ่มอาการชี่พร่องหรือเลือดพร่องนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ยาบำรุงชี่และบำรุงเลือดควบคู่กันไป


   คนกลุ่มใดต้องบำรุงชี่-บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ   

        การบำรุงชี่–บำรุงเลือดจั ดเป็นวิธีการเสริมสร้างสุขภาพเชิงบูรณาการขั้นพื้นฐาน แต่สำคัญยิ่งสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย แม้วันนี้คุณอาจโชคดีไม่มีอาการที่ชัดเจนก็ตาม แต่สำหรับผู้ที่มีอาการของชี่พร่องหรือเลือดพร่องอยู่แล้ว ผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อชี่พร่องหรือเลือดพร่อง ก็ควรจะบำรุงชี่–บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบำบัดอาการเพิ่มโอกาสการหายของโรคและสะสมต้นทุนทางสุขภาพ





       • ผู้ที่ร่างกายอยู่ในภาวะกึ่งแข็งแรงหรืออ่อนแอ: เสริมสร้างสุขภาพเชิงบูรณาการ ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

        ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: เมื่อชี่และเลือดในร่างกายสมบูรณ์ขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสการหายของโรค

        ผู้ที่มีภาวะเลือดออก: เช่น เลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในริดสีดวงทวาร ประจำเดือนมามากหรือมานานเกิน 7 วัน เป็นต้น ซึ่งทำให้มีการเสียเลือดจึงต้องบำรุงชี่บำรุงเลือดเป็นพิเศษ

        ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร: ทำให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับยาลดกรดและยาเคลือบกระเพาะที่ใช้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะทำให้ธาตุเหล็กจากอาหารออกมาได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางได้มากกว่า จึงควรบำรุงชี่–บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ

        ผู้ป่วยเนื้องอกและมะเร็ง: ซึ่งมักจะมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ การบำรุงชี่–บำรุงเลือดจะช่วยบำบัดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดผลข้างเคียงจากการรักษาและทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อต่อต้านกับเซลล์มะเร็ง

        ผู้ที่อยู่ในระยะพักฟื้นหลังเจ็บป่วย ผ่าตัดหรือคลอดบุตร: กระตุ้นการฟื้นฟูของร่างกายและทำให้แผลสมานเร็วขึ้น
           
        ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง: กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูก เพื่อขจัดต้นเหตุของภาวะโลหิตจาง

        ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ: ซึ่งพบบ่อยในผู้ป่วยไข้เลือดออก โรคมะเร็ง โรคไตวายเรื้อรัง โรคSLE โรคตับแข็ง หรือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส การบำรุงชี่-บำรุงเลือด จะบำบัดภาวะเกล็ดเลือดต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสการหายของโรค

        ผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ:  ซึ่งมักจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่อยากพูดคุย สีหน้าซีดเซียว ใจสั่น หายใจถี่ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ฝันบ่อย เหงื่อออกง่ายโดยเฉพาะขณะนอนหลับ การบำรุงชี่-บำรุงเลือดจะบำบัดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำได้อย่างเด่นชัด

        สุภาพสตรี:  การมีประจำเดือน  ตั้งครรภ์  คลอดบุตร  ให้นมบุตรหรือการแท้งบุตรนั้นจะทำให้สตรีต้องประสบปัญหาชี่พร่องและเลือดพร่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้การบำรุงชี่บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกายและป้องกันวัยทองมาก่อนวัยอันควร

        เด็กและวัยรุ่น:  ภาวะโลหิตจางที่พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่นจะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้การเจริญเติบโตและการเรียนรู้ช้าลงสุขภาพอ่อนแอ ขาดสมาธิและความสนใจ เซื่องซึม หงอยเหงาเบื่ออาหารและภูมิคุ้มกันลดลง เป็นหวัดง่าย จึงควรบำรุงชี่บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ




        นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่ต้องใช้สมองหนัก: เพิ่มประสิทธิภาพการจดจำและการเรียนรู้ และทนต่อภาวะความเครียดได้ดีขึ้น

        ผู้สูงอายุ: ซึ่งสภาพร่างกายมีความเสื่อมตามธรรมชาติ เนื่องจากอายุเพิ่มขึ้นและมักจะมีโรคประจำตัว การบำรุงชี่บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น เพิ่มอัตราการหายของโรคและเป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

        ผู้ที่นอนไม่หลับจากเลือดพร่อง: ชี่และเลือดที่สมบูรณ์จะทำให้สมองได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น อาการนอนไม่หลับและฝันบ่อยก็จะค่อยๆ ทุเลาลง





        ผู้ที่ปรารถนาผิวพรรณเปล่งปลั่งและเนียนเรียบ: ทำให้สุขภาพผิวดี มีเลือดฝาด สวยจากภายในสู่ภายนอก

        ผู้ที่ต้องการกระดูกและฟันที่แข็งแรง และลดภาวะกระดูกพรุน: ทำให้ร่างกายดูดซึม ลำเลียงและเก็บสะสมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระดูกและฟันจึงแข็งแรงขึ้น และลดภาวะกระดูกพรุนในสตรีวัยทองและผู้สูงอายุได้อย่างเด่นชัด

        ผู้ที่เส้นผมแห้งกร้าน หลุดร่วงง่าย: สุภาษิตการแพทย์จีนได้กล่าวไว้ว่า เส้นผมเป็นส่วนปลายของเส้นเลือด เมื่อเลือดสมบูรณ์ขึ้น เส้นผมก็จะเงางาม มีชีวิตชีวาและไม่หลุดร่วงง่าย

        ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือที่มีการแผ่รังสี: ซึ่งจะเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ทำให้อ่อนเพลีย มึนศีรษะ ตาแห้ง ภูมิคุ้มกันต่ำและเป็นหวัดง่าย จึงควรบำรุงชี่บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ

        ครูและอาจารย์ที่ต้องใช้ปากกาไวท์บอร์ดเป็นประจำ:  ซึ่งมีการสูดดมสารระเหยในปากกาเป็นประจำ ทำให้การสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวลดลง จึงเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางและภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ไขกระดูกทำงานผิดปกติจนเป็นมะเร็งไขกระดูกได้ จึงควรบำรุงชี่บำรุงเลือดเป็นพิเศษเ พื่อป้องกันและบรรเทาอาการ
 
 

   การวิจัยยาบำรุงชี่-บำรุงเลือดในการแพทย์ปัจจุบัน...   
               
        สูตรยาบำรุงชี่บำรุงเลือดได้คัดเลือก Ejiao (อือเจียว) ซึ่งเป็นสารสกัดจากหนังลาและได้รับการยกย่องให้เป็นราชาสมุนไพรบำรุงเลือดมาเป็นเวลากว่า 2,000 ปี ร่วมกับโสมคนซึ่งเป็นสุดยอดสมุนไพรบำรุงชี่ มาเป็นสมุนไพรตัวหลักและเสริมด้วย Shudihuang (สูตี้หวาง), Dangshen (ตั่งเซิน), และShanzha (ซันจา) เพื่อทำให้การออกฤทธิ์ของสมุนไพรแต่ละตัวดียิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยปรับฤทธิ์ยาให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น เพื่อเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทุกสภาพร่างกายและยังสามารถใช้บำรุงร่างกายได้เป็นประจำ จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรบำรุงชี่บำรุงเลือดที่อยู่ในรูปแบบสารสกัด เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากสามารถสกัดและควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างเข้มข้นและแม่นยำ โดยมีกลไกออกฤทธิ์สำคัญดังนี้




♦ บำบัดภาวะโลหิตจาง
        เกื้อหนุนสารอาหารสำคัญในการสร้างเลือด และกระตุ้นกระบวนการสร้างเลือดของไขกระดูก ทำให้เม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ จึงบำบัดต้นเหตุของภาวะโลหิตจางได้อย่างเด่นชัด
 
♦ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำบัดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
        กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันกันของร่างกาย จึงบำบัดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เซลล์มะเร็งและสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
♦ บำบัดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
        กระตุ้นการสร้างเลือด ทำให้ปริมาณเกล็ดเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ จึงบำบัดภาวะเกล็ดเลือดต่ำได้อย่างเด่นชัด
 
♦ ชะลอความชรา
        เพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ในการทำลายอนุมูลอิสระ ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบการไหลเวียนของเลือดขนาดเล็ก (Microcirculation) ทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น จึงช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่และชะลอความเสื่อมของเซลล์ เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆในร่างกาย
 
♦ ทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลียง่าย
        เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเชิงบูรณาการ ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น จึงรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลียง่ายและทนต่อภาวะความเครียดได้ดีขึ้น
 
♦ บำรุงสมองและทำให้นอนหลับดีขึ้น
        ช่วยบำรุงระบบประสาทส่วนกลางและกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีนในสมอง ซึ่งมีความสำคัญต่อความจำระยะยาวและระยะสั้น พร้อมทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น สมองจึงได้รับสารอาหารและออกซิเจนที่เป็นสารจำเป็นต่อการใช้พลังของสมองได้อย่างเพียงพอ จึงเพิ่มประสิทธิภาพของการจดจำและการเรียนรู้ และชะลอความเสื่อมของเซลล์สมอง พร้อมทั้งทำให้การนอนหลับดีขึ้นด้วย
 
♦ บำบัดภาวะมีบุตรยากหรือแท้งบุตร
        ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมนที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างและการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรี เช่น ฮอร์โมน FSH, LH, Estradiol, Progesterone เป็นต้น จึงเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรได้
 
♦ เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ลดภาวะกระดูกพรุน
        สารสกัดจากหนังลาอุดมไปด้วยคอลลาเจน แคลเซียมและกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการดูดซึม ลำเลียงและการเก็บสะสมแคลเซียมในร่างกาย จึงเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน และลดภาวะกระดูกพรุนจากการขาดแคลเซียม หรือการดูดซึมแคลเซียมผิดปกติได้อย่างเด่นชัด
 
♦ ทำให้ผิวหนังเนียนเรียบ เต่งตึง แลดูมีน้ำมีนวล
        สารสกัดจากหนังลาอุดมไปด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งได้ผ่านกระบวนการย่อยให้มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายและนำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะ เช่น ผิวหนัง กระดูกอ่อน เส้นเอ็น เป็นต้น ส่วนโครงสร้างโมเลกุลคอลลาเจนที่อยู่ในรูปแบบ 3-Helix นั้น สามารถเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิวเป็นอย่างดี ผิวหนังจึงเนียนเรียบ กระจ่างใสและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ นอกจากนี้ สารสกัดของหนังลาซึ่งเป็นราชาสมุนไพรบำรุงเลือดยังช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณใต้ผิวหนัง ทำให้เลือดไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้มากขึ้น จึงส่งผลให้สุขภาพผิวดีขึ้น มีเลือดฝาด เปล่งปลั่ง แลดูมีน้ำมีนวล

        อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ใจสั่น หายใจถี่ เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย ขาดสมาธิ ขี้หลงขี้ลืม ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัดบ่อย สีหน้าซีดเซียวและอาการอื่นๆ ที่เกิดจากชี่พร่องหรือเลือดพร่องก็จะค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด






เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษา และคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top