เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems



        เราไม่มั่นใจว่าคุณจะเข้าใจ ภาวะเลือดคั่ง ในทัศนะการแพทย์จีนมากน้อยเพียงใด แต่เรามั่นใจว่าคุณต้องรู้จักอาการต่างๆ ของภาวะเลือดคั่งแน่ และมิหนำซ้ำมันอาจกำลังบั่นทอนสุขภาพของคุณอยู่ทั้งที่คุณรู้ตัวและไม่รู้ตัว ลองทำแบบทดสอบเพื่อตรวจดูว่าคุณมีอาการของภาวะเลือดคั่งมากน้อยเพียงใด




  สัญญาณเตือนของภาวะเลือดคั่ง   

· ผิวหนังหยาบกร้าน หมองคล้ำ ไม่มีเลือดฝาด
· มีจุดด่างดำหรือฝ้าฮอร์โมนบนใบหน้า
· ริมฝีปากหรือเล็บออกสีเขียวคล้ำ
· ลิ้นออกสีม่วงคล้ำหรือมีจุดม่วงคล้ำหรือมีจุดเลือดออกเล็กๆ
· เส้นเลือดดำใต้ลิ้นเป็นสีเขียวคล้ำหรือสีม่วงคล้ำ หรือขอดใหญ่ขึ้น หรือมีเส้นเลือดฝอยแตกแขนงมากขึ้น หรือใต้ลิ้นมีตุ่มสีเขียวคล้ำหรือสีดำคล้ำ
· ลิ้น 2ข้างมีรอยกดทับของฟัน
· เส้นเลือดใต้ผิวหนังบางจุดเห็นได้อย่างชัดเจน
· มีรอยพรายย้ำตามร่างกายเป็นประจำ
· มีจุดที่ปวดเป็นประจำตามร่างกาย
· มีอาการเหน็บชาตามร่างกาย
· มีอาการบวมหรือก้อนบวมตามร่างกาย
· วิงเวียนศีรษะ ขี้หลงขี้ลืม
· ใจสั่น นอนไม่หลับหรือฝันบ่อย
· อารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด ขี้โมโห
· อ่อนเพลียเรื้อรัง ขี้เกียจพูดคุย
· รู้สึกร้อนวูบวาบในช่องอก
· ประจำเดือนมาเป็นลิ่ม เป็นก้อนหรือเป็นสีดำคล้ำ

        ยิ่งคุณมีอาการมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าภาวะเลือดคั่งของคุณมีการเรื้อรังมานานเท่านั้น ซึ่งจะพัฒนาเป็นกลุ่มโรคที่มีความรุนแรงมากขึ้นตามระบบต่างๆ ของร่างกาย ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาทำความรู้จักกับภาวะเลือดคั่งในทัศนะการแพทย์จีน เพื่อป้องกันและรักษาแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะสายเกินแก้



   เลือดสำคัญไฉน   

        เป็นที่ทราบกันว่าเลือดคือของเหลวสีแดงที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด เป็นวัตถุพื้นฐานหนึ่งของร่างกายที่จะค้ำจุนให้ชีวิตคนเราดำรงอยู่ได้ เลือดที่ไหลเวียนในเส้นเลือดนั้นได้นำเอาออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงทุกๆ เซลล์ของร่างกาย และในขณะเดียวกันก็รับเอาคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่เกิดจากการทำงานของเซลล์ กลับมาเพื่อขับออกจากร่างกาย การไหลเวียนของเลือดจะต้องอาศัยแรงผลักดันซึ่งก็คือพลังชี่ () ในการแพทย์จีนนั่นเอง



   พลังชี่คืออะไร    

        พลังชี่คือพลังชีวิต ซึ่งเป็นพลังขนาดเล็กแต่ทรงอานุภาพ และมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา พลังชี่มีอยู่ในทุกหนทุกแห่ง การเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งทั้งมวลในจักรวาลล้วนถูกผลักดันและควบคุมจากพลังชี่ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลหรือดินฟ้าอากาศ เป็นต้น ในร่างกายคนเราก็มีพลังชี่เป็นวัตถุพื้นฐานในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ร่างกายเจริญเติบโต ความสมบูรณ์และความเสื่อมถอยของพลังชี่ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและการเสื่อมถอยของสุขภาพ พลังชี่ในร่างกายได้มาจาก 2 แหล่งด้วยกันดังนี้

        · พลังชี่ก่อนกำเนิด ทารกได้รับพลังชี่จากครรภ์มารดาแล้วมาเก็บสะสมไว้ในไต ซึ่งเป็นทุนเดิมของพลังชี่

        · พลังชี่หลังกำเนิด ได้จากอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการหายใจของปอด รวมทั้งอาหารและน้ำที่ผ่านกระบวนการย่อย และการดูดซึมของกระเพาะอาหารและม้าม พลังชี่หลังกำเนิดจะไปหล่อเลี้ยงอวัยวะภายใน ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ในไตเพื่อให้มีความเพียงพอเสมอ และจะถูกนำมาใช้อีกเมื่อร่างกายต้องการ พลังชี่หลังกำเนิดจึงเป็นวัตถุพื้นฐานที่จะช่วยให้ร่างกายมีการพัฒนาและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ



   เลือดกับพลังชี่มีความสัมพันธ์กันอย่างไร  
 
        เลือดกับพลังชี่มีคุณสมบัติต่างกันคือ เลือดเป็นหยิน () ชอบอยู่นิ่งและให้ความชุ่มชื้น ส่วนพลังชี่เป็นหยาง () ชอบเคลื่อนไหวและให้ความอบอุ่น ความสัมพันธ์ของเลือดกับพลังชี่แท้ที่จริงแล้วก็คือ ความสัมพันธ์ของหยิน-หยางในระบบการไหลเวียนของเลือดนั่นเอง ซึ่งจะต้องพึ่งพาอาศัย ควบคุม แปรเปลี่ยนและส่งผลกระทบซึ่งกันและกันดังนี้

        · เลือดกับพลังชี่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
        กระบวนการเกิดและการสร้างเลือด ต้องอาศัยพลังชี่และการเคลื่อนไหวของพลังชี่  ถ้าพลังชี่สมบูรณ์ เลือดก็จะสร้างขึ้นมาได้อย่างเพียงพอ และในทางกลับกัน พลังชี่ก็ต้องอาศัยเลือดไปหล่อเลี้ยงและให้ความชุ่มชื้น การไหลเวียนของเลือดจะนำพาพลังชี่ไปสู่ทุกๆ เซลล์ของร่างกาย ถ้าเลือดพร่องลง พลังชี่ก็จะพร่องลงตามไปด้วย
 
        · พลังชี่ผลักดันการไหลเวียนของเลือด
        เลือดเป็นหยินชอบอยู่นิ่ง ไม่สามารถไหลเวียนได้เองต้องอาศัยแรงผลักดันจากพลังชี่ จึงมีคำกล่าวที่ว่า พลังวิ่งเลือดเดิน พลังนิ่งเลือดหยุด (气行血行,气滞血瘀) ถ้าพลังชี่สะดุดหรือถูกกีดขวาง เลือดก็จะไหลเวียนช้าลง มีความข้นและความหนืดมากผิดปกติ จนจับตัวเป็นลิ่มคั่งค้างอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย นานวันเข้าก็จะเกิดความร้อน มีการบวมแดง อักเสบและเจ็บปวดหรือเกิดอาการชา กล้ามเนื้อฝ่อลีบ รวมทั้งเกิดความผิดปกติทั้งขนาด รูปร่างและการทำงานของเส้นเลือด เช่น เส้นเลือดมีการหดเกร็ง ตะคริว ขยายตัวผิดรูปหรือขอดตัว เกล็ดเลือดและเซลล์เม็ดเลือดมีการจับตัวผิดปกติ เลือดมีความข้นและความหนืดมากขึ้น ดัชนีชี้วัดการเคลื่อนที่ของเลือดและแรงผลักดันที่เกี่ยวข้องทั้งหลายผิดปกติ เป็นต้น ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานผิดปกติมากขึ้น อวัยวะต่างๆ จึงได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอจนเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้
 
        · พลังชี่ควบคุมเลือดให้ไหลเวียนอยู่ภายในเส้นเลือด
        พลังชี่จะควบคุมเลือดให้ไหลเวียนอยู่ภายในเส้นเลือด ถ้าพลังชี่พร่องลง เลือดก็จะซึมออกไปนอกเส้นเลือด ทำให้อวัยวะที่อยู่บริเวณนั้นเกิดอาการเลือดคั่ง บวมน้ำหรือมีอาการเสียเลือดเรื้อรัง เช่น ริดสีดวงทวาร แผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น



   ภาวะเลือดคั่งคืออะไร   

        การขาดความสมดุลของเลือดกับพลังชี่ ทำให้เซลล์ได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกัน คาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่เกิดจากการทำงานของเซลล์ ก็ไม่สามารถถูกนำออกมาได้ ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติจนเกิดโรคภัยไข้เจ็บ การแพทย์จีนได้รวมกลุ่มโรคที่เกิดจากการขาดความสมดุลของเลือดกับพลังชี่ให้อยู่ในกลุ่มโรค ภาวะเลือดคั่ง (血滞症)

        ภาวะเลือดคั่งในการแพทย์จีน จึงมิได้หมายถึงการมีลิ่มเลือดในการแพทย์ตะวันตกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความผิดปกติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย อาทิ






        · ระบบการไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก (Microcirculation) ทำงานผิดปกติ เช่น ความผิดปกติทั้งขนาด รูปร่างและการทำงานของเส้นเลือด เลือดมีการซึมออกไปนอกเส้นเลือด การไหลเวียนของเลือดช้าลง เกล็ดเลือดและเซลล์เม็ดเลือดมีการรวมตัวมากขึ้น พลาสมามีความหนืดผิดปกติ เป็นต้น

        · ดัชนีชี้วัดการเคลื่อนที่ของเลือดและแรงผลักดัน (Hemorheology) ผิดปกติ เช่น ดัชนีชี้วัดความข้น ความหนืด การรวมตัว การตกตะกอนของเซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น

        · การรวมตัวของเกล็ดเลือดสูงผิดปกติ (Platelet Aggregation)

        · การพบลิ่มเลือดหรือโคเลสเตอรอลอุดตันเส้นเลือด
โดยตรวจด้วยเครื่อง CT Scan หรือเครื่องMRI หรือการฉีดสี



   ภาวะเลือดคั่งจะพัฒนาเป็นโรคอะไร   

        ภาวะเลือดคั่งในช่วงแรกเราอาจไม่รู้สึกมีอาการผิดปกติมากมายก็ได้ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วร่างกายสามารถปรับตัวได้ระดับหนึ่ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และที่สำคัญคือ อาการต่างๆ ที่เกิดจากภาวะเลือดคั่งนั้นมักจะเรื้อรังอย่างช้าๆ จนเราคุ้นเคยกับความผิดปกติของร่างกาย จนลืมไปแล้วว่าตอนเราปกติจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนถึงเราก่อนตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

        หากเราละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายแล้ว นานวันเข้าภาวะเลือดคั่งอาจพัฒนาเป็นโรคใดโรคหนึ่งหรือหลายๆ โรคพร้อมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะเลือดคั่งนี้เรื้อรังมานานเพียงใด และส่งผลกระทบต่อระบบหรืออวัยวะส่วนใดในร่างกาย อาทิ





        · ภาวะเลือดคั่งในระบบประสาทและสมอง: ปวดศีรษะเรื้อรัง โรคปวดประสาทหน้า ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัลไซเมอร์ โรคแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในระบบทางเดินอาหาร: หน้าซีด ซูบผอมจากการขาดสารอาหาร ท้องเสียหรือท้องผูกเป็นประจำ กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง เป็นแผลที่กระเพาะอาหาร เป็นแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น ภาวะลำไส้อุดตัน อาการสะอึกเรื้อรัง ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ: มีอาการปวดเมื่อยหรือเหน็บชาตามร่างกาย กระดูกซี่โครงอ่อนอักเสบ โรคแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและกระดูก ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในระบบทางเดินหายใจ: แน่นหน้าอก หายใจถี่ ไอเรื้อรัง หอบหืด หลอดลมฝอยอักเสบเรื้อรัง ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในระบบต่อมไร้ท่อ: ทำให้การหลั่งฮอร์โมนชนิดต่างๆ ในร่างกายผิดปกติ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ เป็นซีสต์หรือเนื้องอกในต่อมเต้านม เนื้องอกไขมันที่เต้านม ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในหัวใจ: ใจสั่น ปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไวรัส โรคกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจวาย ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในตับ: ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดแน่นชายโครง เบื่ออาหาร เครียด ขี้หงุดหงิด ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ฯลฯ





        · ภาวะเลือดคั่งในไต: ปวดหลังปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ บวมน้ำตามร่างกาย ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งของเส้นเลือด: เส้นเลือดดำอักเสบจากลิ่มเลือด เส้นเลือดแดงขนาดกลางและขนาดเล็กที่ขาอุดตันจากลิ่มเลือด ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในโรคทางนารีเวช: ประจำเดือนผิดปกติ เป็นซีสต์หรือเนื้องอกที่รังไข่ มดลูก ช่องท้องหรือเต้านม เยื่อบุมดลูกงอกผิดที่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก การมีบุตรยาก ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งในหู-ตา: น้ำในหูไม่เท่ากัน ภาวะหูหนวกเฉียบพลัน หูอื้อ เส้นเลือดแดงในจอประสาทตาอุดตัน เส้นเลือดดำส่วนกลางในจอประสาทตาอุดตัน หรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดต้อกระจกหรือต้อหิน เลือดออกในลูกตา ฯลฯ

        · ภาวะเลือดคั่งทางผิวหนัง: อาการคันตามร่างกาย โรคไฟลามทุ่งเรื้อรังที่ขา แผลเปื่อยเรื้อรัง โรคสะเก็ดเงิน ลมพิษเรื้อรัง ฯลฯ



   การแพทย์จีนจะบำบัดภาวะเลือดคั่งอย่างไร   

        การบำบัด ภาวะเลือดคั่ง ด้วยยาสลายลิ่มเลือดเพียงอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ เนื่องจากภาวะเลือดคั่งได้หมายรวมถึง กลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบการไหลเวียนของเลือด และที่สำคัญคือ ลิ่มเลือดเป็นเพียงผลิตผลหรือปลายเหตุของภาวะเลือดคั่งเท่านั้น ต้นเหตุสำคัญอยู่ที่การขาดความสมดุลของเลือดกับพลังชี่ต่างหาก ดังนั้น การแพทย์จีนจึงนิยมใช้สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการบำรุงเลือด บำรุงพลังชี่ ทะลวงเส้นลมปราณ สลายเลือดคั่ง กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และปรับความสมดุลของเลือดกับพลังชี่ เพื่อบำบัดภาวะเลือดคั่ง

        จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรจีนที่อยู่ในรูปแบบสารสกัด เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากสามารถสกัดและควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างเข้มข้นและแม่นยำ ซึ่งมีกลไกออกฤทธิ์สำคัญ อาทิ



        · กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดแรงต้านทานและการแข็งตัวของเส้นเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือด เลือดจึงไหลเวียนได้สะดวก และไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้มากขึ้น

        · ปรับปรุงดัชนีชี้วัดการเคลื่อนที่ของเลือดและแรงผลักดันที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ให้กลับสู่เกณฑ์ปกติ จึงสามารถลดความข้นและความหนืดของเลือด ป้องกันและยั้บยั้งการก่อตัวของลิ่มเลือดได้อย่างเด่นชัด

        · ลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เพิ่ม HDL โคเลสเตอรอลเพื่อนำ LDL โคเลสเตอรอลที่สะสมตามผนังเส้นเลือดไปที่ตับ เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย

        · ปรับปรุงและส่งเสริมกระบวนการเมตาบอลิซึมโภชนาหารของเส้นประสาท พร้อมทั้งกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับการบาดเจ็บ
 

        ภาวะเลือดคั่งเกิดได้กับทุกคน แม้จะอันตรายแต่ก็รักษาไม่ยาก หากใส่ใจดูแลตนเองและเลือกใช้วิธีการรักษาที่ต้นเหตุ ที่สำคัญคือ ควรเลือกวิธีที่หลีกเลี่ยงผลข้างเคียง การเห็นผลล่าช้าและสารตกค้าง อาการและโรคต่างๆ ที่เกิดจากภาวะเลือดคั่งจึงค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด และเมื่อเลือกใช้วิธีการรักษาที่ต้นเหตุแล้ว ยังส่งเสริมให้สุขภาพโดยรวมก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด




เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษา และคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top