เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems







ธรรมชาติของเส้นผม

        เส้นผมบนศีรษะของคนเรามีประมาณ 1 แสนเส้น การงอกของเส้นผมต่างจากเล็บเพราะผมไม่ได้งอกตลอดเวลา แต่มีวงจรในการเจริญเติบโตโดยแบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

        # ระยะการเจริญเติบโต
        ในระยะนี้ต่อมรากผมอยู่ลึกที่สุดในชั้นหนังแท้และมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงมาก จะงอกยาวขึ้นประมาณ 1 เซนติเมตรต่อเดือน ติดต่อกันประมาณ 2-6 ปี ประมาณ 90% ของเส้นผมอยู่ในระยะการเจริญเติบโต

        # ระยะพัก
        เมื่อถึงสุดระยะการเจริญเติบโตแล้ว เส้นผมก็จะเข้าสู่ระยะพักซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 2-3 สัปดาห์  ต่อมรากผมจะเลื่อนสูงขึ้นไปและแยกตัวออกจากหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยง เส้นผมบนศีรษะมีประมาณ 1% อยู่ในระยะพัก

        # ระยะหยุดการเจริญเติบโต
        เส้นผมจะเข้าสู่ระยะสุดท้าย ซึ่งจะหยุดการเจริญเติบโตและต่อมรากผมเลื่อนตัวขึ้นไป ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนและจะถูกเส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่ดันให้หลุดไป ประมาณ 10-15%ของเส้นผมบนศีรษะอยู่ในระยะหยุดการเจริญเติบโต








        ดังนั้น การที่มีผมร่วงวันละ 10-80 เส้นนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ การหวีผมหรือสระผมจะทำให้เส้นผมที่อยู่ในระยะสุดท้ายหลุดร่วงง่ายขึ้น ส่วนเส้นผมที่งอกขึ้นมาจากหนังศีรษะนั้นเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ซึ่งมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ต่อมรากผมเป็นเซลล์ที่มีชีวิตและเปรียบเสมือนโรงงานผลิตเส้นผม ดังนั้นถ้าต่อมรากผมไม่แข็งแรงหรือถูกทำลาย เส้นผมก็จะไม่งอกหรืองอกผิดปกติได้










       1.ต่อมรากผม (Hair Follicle) ซึ่งเป็นซอกลึกจากหนังกำพร้าเข้าไปในชั้นหนังแท้ ต่อมรากผมเป็นที่อยู่ของโคนผม ถ้าไม่มีต่อมรากผมก็จะไม่มีเส้นผม

       2.โคนผมหรือกระเปาะผม (Hair Bulb) ซึ่งอยู่บริเวณต่ำสุดของต่อมรากผมและโป่งออกเป็นกระเปาะ ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ Matrix อีกทั้งยังมีเซลล์สร้างเม็ดสีแทรกอยู่ด้วย

       3.ปุ่มเลี้ยงรากผม (Hair Papilla) ซึ่ง เป็นปุ่มเล็กๆ ของหนังแท้ที่งอกขึ้นมาอยู่ด้านล่างสุดของต่อมรากผม และเต็มไปด้วยหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยงเส้นผม ปุ่มเลี้ยงรากผมจึงเปรียบเสมือนเป็นท่อน้ำเลี้ยงของโรงงานผลิตเส้นผม

       4.กลุ่มเซลล์ Matrix ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างเส้นผมขึ้นมาเรื่อยๆ จึงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องยนต์ผลิตเส้นผมในโรงงาน

       5.กล้ามเนื้อชันขน (Arrector Pili Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ที่คอยทำให้เราขนลุก

       6.ต่อมไขมัน ซึ่ง จะอยู่รอบๆ ต่อมรากผม อาจมีจำนวน 1-6 ต่อมด้วยกันและจะคัดหลั่งน้ำมันออกมายังหนังศีรษะน้ำมันเหล่านี้ก็จะเคลือบ อยู่บนเส้นผม ส่วนจำนวนมากน้อยของต่อมไขมันในแต่ละคน ทำให้เราสามารถแบ่งสภาพเส้นผมให้ออกมาเป็นผมแห้ง ผมมันและผมธรรมดา











อย่างไรจึงเรียกว่าผมร่วงผิดปกติ

        การตอบคำถามดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณวินิจฉัยว่าตนเองมีอาการผมร่วงผิดปกติหรือไม่

        * ผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวันติดต่อกันนานกว่า 2 เดือน
        * ผมบางลงและ/หรือผมเส้นเล็กลง
        * ศีรษะเถิก ไรผมขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ
        * พ่อ แม่หรือปู่ ย่า ตา ยายมีประวัติผมร่วง ผมบาง

        หากคุณตอบว่าใช่มากกว่า 1 ข้อ แสดงว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วงผิดปกติ ถึงเวลาแล้วที่คุณควรรีบหันมาใส่ใจดูแลเส้นผมอย่างจริงจัง ก่อนที่ต่อมรากผมถูกทำลายอย่างถาวร


ประเภทของผมร่วงจะจำแนกอย่างไร

       เราอาจแบ่งประเภทของผมร่วงออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ ผมร่วงแบบมีแผลเป็น และ ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็น ส่วนผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็นเรายังอาจแบ่งย่อยลงไปได้เป็นกลุ่มต่างๆ อาทิ

        * ผมร่วงกรรมพันธุ์
        * ผมร่วงหลังคลอดบุตร
        * ผมร่วงจากโรคต่างๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย ซิฟิลิส โรคโลหิตจาง การเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นต้น
        * ผม ร่วงจากความเครียดทางร่างกายและจิตใจ เช่น หลังการผ่าตัด การมีไข้สูง การลดน้ำหนักมากในระยะเวลาอันสั้น ตกใจ เสียใจและเศร้าใจ เป็นต้น
        * ผม ร่วงจากการใช้ยา เช่น ยารักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ ยากันชัก ยาลดการแข็งตัวของเลือด ยาโรคหัวใจบางชนิด ยาคุมกำเนิด คอลซิซีนที่ใช้รักษาโรคเกาต์ ยารักษาโรคมะเร็ง วิตามินเอขนาดสูง เป็นต้น
        * ผมร่วงจากการดูแลเส้นผมไม่ถูกวิธี เช่น การใช้ยาดัดผม ยาย้อมผม ยาโกรกผม ยากัดสีผมมากเกินไป การใช้ความร้อนเป่าผมบ่อยๆ เป็นต้น

        สำหรับบทความนี้ เราจะอธิบายเฉพาะ ผมร่วงกรรมพันธุ์ และ ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นหลัก เนื่องจากเป็นสาเหตุผมร่วงที่พบบ่อยมากที่สุด









อย่างไรถึงเรียกว่าผมร่วงกรรมพันธุ์

        ผมร่วงกรรมพันธุ์พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผู้ป่วยมักจะมีพ่อแม่พี่น้องที่มีอาการผมบาง ศีรษะเถิกหรือศีรษะล้านเช่นเดียวกัน แต่บางครั้งก็พบว่าไม่มีบุคคลอื่นๆ ในครอบครัวผมบางเลยก็ได้ ซึ่งเชื่อว่าพ่อหรือแม่หรือบรรพบุรุษของพ่อแม่อาจมีกรรมพันธุ์อยู่โดยไม่ แสดงอาการ แต่มีการถ่ายทอดมายังลูก ผมร่วงกรรมพันธุ์ทำให้ต่อมรากผมในบริเวณผมบางมีความไวต่อฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) มากกว่าในบริเวณผมปกติ ส่งผลให้ต่อมรากผมฝ่อตัวลง เส้นผมจึงมีอายุสั้นกว่าปกติและร่วงเร็วกว่า อีกทั้งเส้นผมที่เกิดขึ้นใหม่จะมีขนาดเล็กลง บางลงและสั้นลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นเส้นขนอ่อนๆ ทำให้บริเวณนั้นแลดูผมบางหรือไม่มีผม ส่วนตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือ บริเวณหน้าผากและตรงกลางศีรษะ

        ผมร่วงกรรมพันธุ์มักแสดงอาการเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในผู้ชาย ถ้าเป็นไม่มากผมจะบางลง เฉพาะบริเวณหน้าผากกลายเป็นศีรษะเถิกมีรูปร่างเหมือนตัวอักษร M ถ้าเป็นมากจะทำให้ศีรษะล้าน

        ส่วนผู้หญิงมักจะเริ่มแสดงอาการหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน มักจะร่วงทั่วๆ ไปโดยเฉพาะตรงกลางกระหม่อม ทำให้ผมดูบางลง

        ผมร่วงกรรมพันธุ์อาจเกิดร่วมกับหนังศีรษะมันและการมีรังแค ทำให้มีอาการคันศีรษะและมีขี้รังแคมาก









ผมร่วงเป็นหย่อมมีลักษณะอย่างไร

        ผมจะแหว่งหายไปเป็นหย่อมๆ ซึ่งมีลักษณะกลมหรือรี ขอบเขตชัดเจน ตรงกลางไม่มีเส้นผม แต่จะเห็นเป็นรูขุมขน หนังศีรษะในบริเวณนั้นปกติทุกอย่าง ไม่แดง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เป็นเกล็ดหรือเป็นขุย อาจมีผมร่วงเพียง 1-2 หย่อมจนถึงมากกว่า 10 หย่อม หรืออาจลุกลามทั่วศีรษะจนไม่มีเส้นผมเหลืออยู่เลยแม้แต่เส้นเดียว บางรายอาจมีอาการคิ้ว หนวด เครา ขนตาและขนตามร่างกายร่วงด้วย

        ผู้ป่วยผมร่วงเป็นหย่อม มักจะมีอาการปวดหลังปวดเอว วิงเวียนศีรษะ นอนไม่หลับ บางครั้งอาจพบร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น ต่อมไทรอยด์อักเสบ โรคแอดดิสัน โรคด่างขาว โรคภูมิแพ้ (ลมพิษ ผื่นคัน หวัดจากการแพ้ หืด ฯลฯ) เป็นต้น

        ถึงแม้ว่าความเครียดไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของผมร่วงเป็นหย่อม แต่เป็นเหตุนำของโรคได้









การแพทย์จีนจะบำบัดผมร่วงอย่างไร

        ในทัศนะการแพทย์จีน สภาพของเส้นผมมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ สารจิง (精: ซึ่งเป็นวัตถุพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่เก็บสะสมในไต) เลือด และ พลัง ชี่ดังเช่นสุภาษิตการแพทย์จีน เส้นผมเป็นราศีของไต (肾者,其华在发:ความสมบูรณ์ของไตแสดงออกที่เส้นผม) เส้นผมเป็นส่วนปลายของเลือด (发为血之余) ฯลฯ ส่วนความสัมพันธ์ของสารจิง เลือดและพลังชี่อยู่ในลักษณะที่ต้องพึ่งพาอาศัย ส่งผลกระทบและแปรเปลี่ยนเพื่อชดเชยการพร่องลงซึ่งกันและกัน ดังนั้น ไม่ว่าการพร่องลงของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ล้วนส่งผลกระทบต่อกระบวนการโภชนาหารของต่อมรากผมที่ต้องอาศัยเลือดและพลัง ชี่ไปหล่อเลี้ยง การแพทย์จีนจึงนิยมใช้วิธีบำรุงสารจิง เลือดและพลังชี่ไปพร้อมๆ กันเพื่อบำบัดอาการผมร่วง

     จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรจีนที่อยู่ในรูปแบบของสารสกัด เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากสามารถสกัดและควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างเข้มข้นและแม่นยำ โดยมีกลไกออกฤทธิ์ดังนี้







        * กรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ ที่อุดมในสมุนไพรบำบัดผมร่วง จะช่วยส่งเสริมกระบวนการโภชนาหารของต่อมรากผม กระตุ้นให้มีการฟื้นฟูและสร้างปุ่มเลี้ยงรากผมขึ้นมาใหม่ แทนในต่อมรากผมที่ฝ่อตัวลง

        * สลาย เลือดคั่ง ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดขนาดเล็กบริเวณหนังศีรษะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เลือดจึงไปหล่อเลี้ยงโคนผมได้มากขึ้น และป้องกันหรือลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        * กระตุ้น กระบวนการแบ่งตัวของเซลล์เส้นผมและการสังเคราะห์โปรตีนเคราติน (Keratin:ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นผมในโคนผม) เส้นผมใหม่จึงงอกเร็วขึ้นและแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

        * ปรับความสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันและฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเพศชาย ต่อมรากผมจึงถูกทำลายน้อยลง

     อาการผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมัน ขี้รังแคมากและอาการคันศีรษะจึงค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด
 


 



ขนลุกเกิดขึ้นได้อย่างไร?


 

          เราทุกคนล้วนเคยขนลุก แต่คุณทราบไหมว่าทำไมขนจึงลุกได้ จริงๆ แล้วเส้นผมหรือขนตามร่างกายของคนเรามิได้แทงลงไปตรงๆ เป็นมุมตั้งฉากกับผิวหนัง แต่จะเอียงทำมุมตะแคงกับผิวหนัง บริเวณต่อมรากผมจะมีกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ที่เรียกว่า กล้ามเนื้อชันขน (Arrector Pili Muscle) ซึ่งจะเชื่อมระหว่างต่อมรากผมและบริเวณชั้นล่างของหนังกำพร้า กล้ามเนื้อชันขนจะหดตัวลงเมื่อเรารู้สึกหนาวเย็นหรือมีการหลั่งฮอร์โมน อะดรีนาลิน เช่น เมื่อเรารู้สึกเครียด หวาดกลัว ตกใจ ตื่นเต้นหรือโมโหเป็นต้น จะดึงให้เส้นผมหรือขนตามร่างกายตั้งชันขึ้น พร้อมทั้งดึงต่อมรากผมทั้งส่วนให้ลอยตัวสูงขึ้น ทำให้นูนขึ้นจากผิวหนังเล็กน้อย นั่นแหละขนลุกกำลังเกิดขึ้น เราอย่าคิดว่าขนลุกเกิดขึ้นได้แต่เฉพาะของมนุษย์เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็ขนลุกได้เช่นกัน  ถ้าคุณนึกภาพไม่ออกให้หลับตา นึกถึงน้องหมาหรือน้องแมวเวลาโมโหหรือกำลังจะข่มใคร หรือเวลาเตรียมตัวต่อสู้ ขนตามหลังหรือบริเวณลำคอก็จะชี้ฟู นั่นคือขนลุกในสัตว์นั่นเอง



 


เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษา และคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top