เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
 
 

ปัญหาสุขภาพ /

Health Problems

หน้าที่ของตับสำคัญอย่างไร

        ตับเป็นเสมือนโรงงานเคมีของร่างกาย ทำหน้าที่กรองสารพิษออกจากเลือดและทำงานเกี่ยวกับกระบวนการทางเคมีและการเผาผลาญ ทั้งยังมีหน้าที่สำคัญอีกหลายๆ อย่าง อาทิ

     ผลิตน้ำดี เซลล์ตับจะผลิตน้ำดีและขับน้ำดีเข้าสู่ลำไส้เพื่อช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน

     สังเคราะห์โปรตีน โปรตีนในเลือดส่วนใหญ่จะสังเคราะห์ขึ้นจากเซลล์ตับ เช่น โปรตีนอัลบูมินที่ช่วยควบคุมการแลกเปลี่ยนน้ำระหว่างเนื้อเยื่อกับเลือด โปรตีนที่ช่วยห้ามเลือดเมื่อผนังหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น

     กักเก็บอาหาร เซลล์ตับกักเก็บน้ำตาลกลูโคสจากเลือดในรูปแบบไกลโคเจน กักเก็บกรดอะมิโนจากเลือดมาสังเคราะห์เป็นโปรตีนในรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย กักเก็บไขมัน วิตามินเอและวิตามินบี 12 ฯลฯ หากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปไม่เหมาะสมกับความต้องการ เช่น มีแต่โปรตีนแทบไม่มีคาร์โบไฮเดรต ตับจะเปลี่ยนโปรตีนเป็นคาร์โบไฮเดรตทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ เป็นต้น

     ช่วยขับสารพิษ ตับจะช่วยขับยาและสารพิษที่ตกค้างให้ออกจากเลือด และสารพิษเหล่านี้ก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะ

     ช่วยควบคุมกระบวนการเมตาบอลิซึมของฮอร์โมน หากตับทำงานผิดปกติเป็นเวลานาน ก็จะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายผิดปกติไปด้วย ทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อัณฑะฝ่อ ประจำเดือนขาดหรือมาไม่สม่ำเสมอ ฝ่ามือแดงผิดปกติหรือมีจุดแดงที่หน้าอก หน้าท้อง ฯลฯ



หน้าที่สำคัญของตับในทัศนะการแพทย์จีน

        ในทัศนะการแพทย์จีน ตับนอกจากมีหน้าที่สำคัญตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ตับยังทำหน้าที่ในการกักเก็บเลือดและปรับปริมาณเลือดของอวัยวะแต่ละส่วน ให้เกิดภาวะสมดุลกันโดยทำงานสัมพันธ์กับหัวใจ (肝蒇血อีกทั้งยังเป็นศูนย์บัญชาการการระบายพลังชี่ให้กระจายไปสู่ทั่วทั้งร่างกาย (肝主疏泄ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ตับและอวัยวะอื่นๆ ทำงานได้อย่างราบรื่นหากความสามารถในการระบายพลังชี่ของตับลดลงก็จะเกิดภาวะพลังชี่อั้นในตับ (肝郁气滞)  การไหลเวียนของพลังชี่และเลือดก็จะไม่คล่องตัว ส่งผลให้เส้นลมปราณตับสะดุดและติดขัด


        เส้นลมปราณตับจะเริ่มทอดตั้งแต่ปลายนิ้วหัวแม่เท้าไปตามหลังเท้า ขึ้นไปสู่น่องเข้าด้านในของเข่าและขาแล้ววกผ่านอวัยวะเพศ (อัณฑะหรือมดลูก) ขึ้นไปยังท้องน้อย ผ่านตับ ถุงน้ำดี เลียบข้างกระเพาะอาหารและขึ้นไปตามปอด ลำคอ แก้ม  ริมฝีปากบริเวณหางคิ้ว  ระหว่างคิ้ว หน้าผากและสิ้นสุดที่สมอง การสะดุดและติดขัดของเส้นลมปราณตับจึงส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติมากมายตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

        ดังนั้น หากแพทย์จีนท่านใดวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะพลังชี่อั้นในตับ คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าคุณเป็นโรคตับและไม่ต้องรีบแย้งกลับไปว่าเพิ่งไปตรวจสุขภาพมา ตับไม่มีปัญหาหรอก เพราะว่าภาวะพลังชี่อั้นในตับไม่ใช่โรคตับในความหมายของการแพทย์ตะวันตก  แต่หมายถึงอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดจากความสามารถในการระบายพลังชี่ของตับลดลง หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากจะทำให้คนเรามีอาการเครียดและมีอารมณ์ปรวนแปรเป็นประจำแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการทำงานของกระเพาะอาหาร ม้าม หัวใจ ไตและอวัยวะอื่นๆ ด้วย พร้อมทั้งอาจพัฒนาเป็นโรคร้ายต่างๆ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง เนื้องอกหรือมะเร็งในเต้านม ตับและมดลูก ไทรอยด์อักเสบ เป็นต้น


ภาวะพลังชี่อั้นในตับจะแสดงอาการอย่างไรบ้าง

        ภาวะพลังชี่อั้นในตับอาจแสดงอาการใดอาการหนึ่งหรือหลายๆ อาการพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายพลังชี่ของตับลดลงเพียงใดและระยะเวลาที่เรื้อรัง การวินิจฉัยตนเองว่ามีภาวะพลังชี่อั้นในตับหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่หมั่นสังเกตว่ามีอาการดังนี้หรือไม่


 



        การระบายพลังชี่ของตับมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์การทำหน้าที่ของตับส่วนนี้ตรงกับแนวคิดที่ว่า  ตับมีความสัมพันธ์กับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติในการแพทย์ตะวันตก ภาวะพลังชี่อั้นในตับจะทำให้เส้นลมปราณตับติดขัด หากเกิดขึ้นกับเส้นลมปราณตับส่วนบนที่เดินผ่านสมอง ก็จะทำให้สมองมีการผลิตสารเคมีทั้งหลายที่ทำให้คนเราไม่เครียดและรู้สึกอารมณ์ดีลดน้อยลง จึงเกิดความเครียด วิตกกังวล ขี้หงุดหงิด โกรธเกรี้ยว มีความรู้สึกอ่อนไหว เปราะบาง หดหู่หรือซึมเศร้าได้ง่ายและบ่อยขึ้น และในทางกลับกัน ความรู้สึกด้านลบและอารมณ์ที่ปรวนแปรก็จะไปเพิ่มความรุนแรงของภาวะพลังชี่อั้นในตับ
 


 


 




        เส้นลมปราณตับเกี่ยวข้องกับเต้านม ตับ ประจำเดือนและมดลูก ภาวะพลังชี่อั้นในตับทำให้การไหลเวียนของพลังชี่และเลือดไม่คล่องตัว จึงเกิดการสั่งสมพิษในร่างกาย เมื่อพิษนี้สั่งสมเป็นเวลานานก็จะจับตัวเป็นก้อน ถ้าเพียงอุดกั้นเท่านั้นก็จะเป็นเนื้องอกที่ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าการจับตัวเป็นก้อนนั้นมีพิษมากก็จะกลายเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งนั่นเอง ซึ่งเปรียบเสมือนท่อประปาที่มีแรงดันน้ำต่ำเกินไปก็จะทำให้น้ำในท่อไหลเอื่อยๆ และตกตะกอนได้ง่าย เมื่อเวลาเนิ่นนานไปก็จะเกาะกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นก้อนใหญ่ทำให้ท่อตันได้ ประกอบกับความรู้สึกเครียดและอารมณ์ปรวนแปรที่เกิดจากภาวะพลังชี่อั้นในตับจะไปส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลง จึงไม่สามารถกำจัดเซลล์แปลกปลอมได้ทั้งหมดและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งในเต้านม ตับหรือมดลูก






        การติดขัดของเส้นลมปราณตับส่วนบน นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการผลิตสารเคมีทั้งหลายที่ทำให้คนเรารู้สึกอารมณ์ดีแล้ว ยังทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น ต่อมไทรอยด์อักเสบ รู้สึกมีอะไรจุกอยู่ในคอหอย จะกลืนก็ไม่ลง จะคายก็ไม่ออก ผิวหน้าซีดเหลือง มีฝ้าฮอร์โมนบนใบหน้า หางคิ้วและระหว่างคิ้วมีริ้วรอยก่อนเวลาอันควร มุมปากหรือริมฝีปากหมองคล้ำ เป็นต้น

        การติดขัดของเส้นลมปราณตับส่วนกลาง จะทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหรือคัดเต้านม โดยเฉพาะในสตรีจะเป็นมากขึ้นช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื้องอกหรือมะเร็งในเต้านมและมดลูก  รู้สึกหายใจไม่เต็มท้องทำให้ต้องถอนหายใจบ่อยๆ ปวดแน่นบริเวณชายโครง ตับอักเสบ ตับแข็ง เนื้องอกหรือมะเร็งในตับ เป็นต้น

        ส่วนการติดขัดของเส้นลมปราณตับส่วนล่าง จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องตึงเกร็งทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องน้อย รู้สึกปวดหน่วงอัณฑะ ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาเป็นลิ่ม ดำคล้ำ ประจำเดือนขาดหายไป เป็นต้น รวมทั้งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สตรีไม่ถึงจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธ์ด้วย


 

 

 

        การระบายพลังชี่ของตับ มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม ซึ่งมีหน้าที่ในการย่อย ดูดซึมและลำเลียงอาหาร หากพลังชี่ในตับไม่สามารถระบายไปสู่ทั่วร่างกาย ก็จะทำให้ตับ กระเพาะอาหารและม้ามทำงานไม่สัมพันธ์กัน พร้อมทั้งส่งผลกระทบต่อการสร้างและการขับน้ำดี ทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร ท้องอืดท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ท้องร่วงหรืออุจจาระหยาบไม่จับตัวเป็นก้อน เมื่อกระบวนการย่อย ดูดซึมและลำเลียงอาหารบกพร่องเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบต่อการสร้างเลือดและพลังชี่ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการของหัวใจซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือด เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ นอนหลับแต่ฝันร้าย ตื่นตอนกลางคืนแล้วหลับยากหรือนอนหลับมากเกินไป ขี้ลืม ตกใจง่าย เป็นต้น


ภาวะพลังชี่อั้นในตับเกิดจากสาเหตุอะไร

        ความสามารถในการระบายพลังชี่ของตับจะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะลดลงเร็วช้าหรือมากน้อยอาจไม่เท่ากันในแต่ละคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างอาทิ


        ความเครียดและอารมณ์แปรปรวน

        ความเครียดหรือเหตุการณ์กระทบกระเทือนอารมณ์จากชีวิตประจำวัน เช่น ความแออัดของเมือง การจราจรติดขัด เวลาทำงานมากเกินไป ความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาการเงิน เรื่องรบกวนจิตใจต่างๆ เป็นต้น ล้วนส่งผลให้พลังชี่และเลือดในร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้ความสามารถในการระบายพลังชี่ของตับลดลงจนเกิดภาวะพลังชี่อั้นในตับ และในขณะเดียวกัน ภาวะพลังชี่อั้นในตับก็จะทำให้ความเครียดและอารมณ์แปรปรวนเป็นหนักยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นวงจรที่จะส่งผลร้ายซึ่งกันและกัน





 

        ภาวะพลังชี่อั้นในตับมักจะค่อยๆ เรื้อรังและกัดกร่อนสุขภาพอย่างเงียบๆ จนผู้ป่วยชินกับอาการผิดปกติของร่างกาย ถึงขนาดลืมไปแล้วว่าตอนปกติจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่ผลกระทบด้านจิตใจที่รุนแรงและเฉียบพลัน เช่น คนใกล้ตัวเสียชีวิต คนใกล้ตัวป่วยหนัก หย่าร้าง อกหัก มีปัญหาทางด้านการเงินและหนี้สิน ถูกดำเนินคดี เป็นต้น ถึงแม้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่ก็สามารถทำให้ความสามารถในการระบายพลังชี่ของตับลดลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะพลังชี่อั้นในตับได้อย่างเฉียบพลัน


        โรคประจำตัว

        โรคเรื้อรังทั้งหลาย นอกจากจะทำให้ผู้ป่วยต้องตกอยู่ในความรู้สึกด้านลบอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงแล้ว ยังทำให้การไหลเวียนของเลือดและพลังชี่ในร่างกาย เกิดความปั่นป่วน จึงส่งผลให้เกิดภาวะพลังชี่อั้นในตับได้เช่นกัน


        การใช้ชีวิตไม่ถูกสุขลักษณะ

 

        การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารเผ็ด มันมากเกินไป การนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ การทำงานหามรุ่งหามค่ำ ขาดการออกกำลังกาย ฯลฯ

 


 



การแพทย์จีนมีวิธีบำบัดอย่างไร

        สำหรับภาวะพลังชี่อั้นในตับนั้น  การแพทย์จีนแนะนำสิ่งที่ควรจะปฏิบัติในเบื้องต้นคือ พยายามควบคุมอารมณ์ ทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง่ดีและออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ พร้อมทั้งควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูกสุขลักษณะ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าทำงานหักโหมเกินไป งดเหล้า บุหรี่และลดอาหารเผ็ด มัน เป็นต้น

        แต่อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีอาการของภาวะพลังชี่อั้นในตับ โดยเฉพาะผู้ที่เรื้อรังมาเป็นเวลานาน การปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวย่อมไม่เพียงพอ การแพทย์จีนแนะนำควรใช้สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการปรับและระบายพลังชี่ในตับ ทำให้ตับสามารถระบาย  พลังชี่ให้กระจายไปสู่ทั่วร่างกาย เส้นลมปราณตับจึงไม่สะดุดและติดขัดเลือด พลังชี่ก็จะไหลเวียนได้สะดวกขึ้น จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรจีนที่อยู่ในรูปแบบสารสกัดเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด  เนื่องจากสามารถสกัดและควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างเข้มข้นและแม่นยำ





        อาการเครียด วิตกกังวลขี้หงุดหงิด ปวดแน่นชายโครง ท้องอืดท้องเฟ้อ เรอบ่อย ฝ้าฮอร์โมนและอาการอื่นๆ ที่เกิดจากภาวะพลังชี่อั้นในตับ จึงค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด





 





การบำบัดภาวะพลังชี่อั้นในตับทำไมต้องควบคู่กับการบำรุงไต?


 

          ในทัศนะการแพทย์จีน ไตและตับเป็นอวัยวะที่มีรากฐานเดียวกัน (肝肾同源) ไตเป็นอวัยวะกักเก็บสารจิง (肾藏精) ซึ่งเป็นสารจำเป็นในการดำรงชีวิต และได้มาจากสารอาหารในชีวิตประจำวัน ส่วนตับเป็นอวัยวะกักเก็บเลือด (肝藏血)  สารจิงและเลือดสามารถแปรเปลี่ยนและทดแทนซึ่งกันและกัน ผลกระทบจากภาวะพลังชี่อั้นในตับที่มีต่อกระบวนการย่อย ดูดซึมและลำเลียงอาหารนั้น ย่อมทำให้ไตได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ สารจิงในไตจึงพร่องลง ทำให้ตับต้องส่งเลือดมาให้ไตเรื่อยๆ เพื่อแปรเปลี่ยนเลือดเป็นสารจิงมาชดเชยส่วนที่ขาดหายไป และในทางกลับกัน เมื่อเลือดในตับพร่องลง ไตก็จะส่งสารจิงในไตไปให้ตับ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นเลือดเช่นกัน ตับและไตจึงมีความสัมพันธ์แบบเกื้อหนุนและอาศัยซึ่งกันและกัน ความเสื่อมโทรมของอวัยวะชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ย่อมจะไปฉุดให้อวัยวะอีกชิ้นหนึ่งเสื่อมโทรมลงไปด้วย ดังนั้นหากมีการบำบัดภาวะพลังชี่อั้นในตับควบคู่กับการบำรุงไต จะทำให้ผลการรักษาเด่นชัดและเป็นที่น่าพอใจมากยิ่งขึ้น

 







การบำบัดภาวะพลังชี่อั้นในตับมีผลดีต่อผู้ป่วยตับแข็งอย่างไร?
 

        ภาวะพลังชี่อั้นในตับจะส่งผลให้เลือดจับตัวเป็นก้อนหรือเป็นห้อเลือด จนขัดขวางกระบวนการเมตาบอลิซึมของน้ำในร่างกาย หากปล่อยไว้เรื้อรัง เซลล์ตับก็จะถูกทำลายมากขึ้น จนกลายเป็นเยื่อพังผืดและทำให้เกิดอาการท้องมานขึ้นมาได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีการบำบัดพลังชี่อั้นในตับไปพร้อมๆ กับการรักษาโรคตับแข็ง จะได้ผลการรักษาที่น่าพอใจกว่า


 


อาหารประเภทใดเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับ?

 

        โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่พบบ่อยในคนไทย นอกจากมีสาเหตุสำคัญมาจากภาวะพลังชี่อั้นในตับแล้ว อาหารหลายอย่างก็ทำให้เราเสี่ยงต่อโรคนี้ได้เช่นกัน อาทิ อาหารประเภทสุกๆ ดิบๆ อาหารที่มีสารดินประสิว (ไนเตรทและไนไตรท์) เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก เบคอน เป็นต้น อาหารที่มีเชื้อราซึ่งพบมากในอาหารประเภทถั่ว เช่น ถั่วอบแห้ง ถั่วลิสงคั่วและป่น ข้าวโพดอบแห้ง พริกป่น เป็นต้น นอกจากนี้ การดื่มสุราเป็นประจำ การเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี รวมทั้งการเป็นพาหะไวรัสบี ก็เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งตับด้วย ดังนั้น เราควรป้องกันและบำบัดภาวะพลังชี่อั้นในตับแต่เนิ่นๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยง สำหรับผู้ที่ไม่มีภูมิต่อไวรัสตับอักเสบชนิดบีควรฉีดวัคซีนกันไว้ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ


 


เอินเวย์ ผู้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรจีน
มาตรฐานสากล ISO 9001:2000& GMP
 
 

        เอินเวย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ณ มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 200 ไร่ มีพนักงานกว่า 4,500 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเภสัชกรกว่า 1,500 คน สำนักงานใหญ่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยสมุนไพรและการแพทย์จีน ศูนย์คอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ โรงงานสกัดและผลิตยาสมุนไพร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้

           ·ทำการค้นคว้า วิจัยและผลิตยาสมุนไพรจีนนานาชนิด เพื่อใช้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน

          ·ทำการค้นคว้าเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรจีนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ เอินเวย์ และเป็นผู้นำด้านการสกัดสารสำคัญ (Bioactive Components) จากสมุนไพรจีนกว่า 1,200 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทผลิตยาทั้งในและต่างประเทศ

          ·ร่วมมือกับสถาบันด้านการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง และต่อต้านไวรัส HIV


        เอินเวย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยากลุ่มแรกของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO-9001 และ GMP ตั้งแต่ปี 2537 และพิชิตรางวัลธุรกิจเอกชนดีเด่นแห่งชาติติดต่อกัน 10 ปี ปัจจุบัน เอินเวย์ มีธุรกิจในเครือ 34 แห่ง รวมทั้งโรงงานผลิตเวชภัณฑ์สมุนไพรตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนและสาขาต่างๆ ในต่างประเทศ


        ยาสมุนไพรทั่วไปจะไม่สามารถเห็นผลรวดเร็วและอาจไม่ปลอดภัยหากไม่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ดังนั้น เอินเวย์ ได้นำเทคโนโลยีด้านชีวเคมี การสกัดสมุนไพรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสมุนไพรแต่ละชนิด เข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น  Low Temperature Extraction, Ultra-Critical CO2 Fluid Extraction System, Molecular Distillation, Dynamic Countercurrent Plant Extraction System, Macropore Absorb Resin Separation System, Circumrotate Film Evaporation System, Spray Dryer With Inner Fluid bed เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้นที่เป็นประโยชน์ในการรักษา และคงไว้ซึ่งสรรพคุณสูงสุดของสมุนไพร ส่วนสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายจะถูกแยกออกอย่างหมดสิ้น

        การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อันทันสมัย เช่น High Performance Capillary Electrophoresis Apparatus, CS-9000 Double-wavelength Scanner, High-effective Liquid Phase Chromatograph, Atomic  Absorption Spectrometer, Atomic Fluorescence Spectrometer เป็นต้น เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสารออกฤทธิ์สำคัญของยาสมุนไพรให้คงที่และได้มาตรฐาน

        ส่วนเทคโนโลยี Cell Wall Breaking Ultramicro Comminution สามารถแตกผนังเซลล์ทำให้ยาสมุนไพรมีความละเอียดมากกว่า 1,000mu ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้มากกว่า 95% สูงกว่ายาสมุนไพรทั่วไป 5-6 เท่า จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติทั้งขั้นตอนการผลิต ประสิทธิภาพและวิธีการใช้ยาสมุนไพรจีนจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง หมดปัญหาด้านเห็นผลล่าช้า สารตกค้างและผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น

       
เอินเวย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยเวชภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคให้ดีถ้วนหน้า



Back to Top